สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยสถาบัน SMI ร่วม 5 หน่วยงาน จัดสัมมนา “FTI Reinvent Thailand: พลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย” วันที่ 20 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยและช่วยเหลือ SMEs ท่ามกลางความผันผวนของโลก

ภายในงาน มึ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. ร่วมเปิดงาน พร้อมหน่วยงานสำคัญในภาคการเมืองืการธนาคาร และอุตสาหกรรม ทั้ง BOI, ธปท., ธนาคารออมสิน, ธนาคารกรุงไทย และ บสย. เข้าร่วมงาน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ระบุว่า ไทยต้องเร่งปรับเศรษฐกิจสู่ Value-Based Economy เน้นนวัตกรรม เทคโนโลยี และ Smart Factory ขณะที่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ย้ำว่ารัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วย SMEs รับมือผลกระทบจากตะวันออกกลาง ทั้งต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน

ด้าน นายอภิชิต ประสพรัตน์ ประธานสถาบัน SMI เปิดเผยว่า ไฮไลต์สำคัญคือ “6 มาตรการ Reinvent Thailand” เพื่อช่วยผู้ประกอบการ ได้แก่

1 PromptBIZ (ธนาคารกรุงไทย) เสริมสภาพคล่องผ่านข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

2 Supply Chain Financing “พี่ช่วยน้อง” ธุรกิจใหญ่ช่วยคู่ค้า SME เข้าถึงทุน

3 กองทุนเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน (BOI) สนับสนุนการลงทุนด้านนวัตกรรม

4 Soft Loan ออมสิน 100,000 ล้านบาท เติมทุนหมุนเวียนและปรับธุรกิจ

5 SMEs Credit Boost (ธปท.) เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ

6 บสย. Quick Big Win ค้ำประกันสินเชื่อ ลดความเสี่ยงสถาบันการเงิน

ขณะที่ ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. เปิดเผยเพิ่มเติมถึงมาตรการช่วยลูกค้า พักชำระค่าธรรมเนียมและหนี้ 3 เดือน สำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ มาตรการครอบคลุม 6 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ Agri & Food, Automotive, Medical & Wellness, Smart Electronics, Tourism และ Retail & Trading ซึ่งมี SMEs กว่า 268,000 ราย และจ้างงานกว่า 10.59 ล้านคน

สภาอุตสกรรมแห่งประเทศไทย เชื่อว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทย “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส” และยกระดับสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *