สกู๊ปพิเศษ : เปิดจักรวาลแคว้นหยางที่นักอ่านชื่นชอบของ “MISSTY/ 楚金”

สกู๊ปพิเศษ

โดย…ยอดเยาวพา

เปิดจักรวาลแคว้นหยางที่นักอ่านชื่นชอบของ “MISSTY/ 楚金”

            “เรียกข้าว่า เครื่องบรรณาการชิ้นที่ 31,257 ก็แล้วกัน” เหวี่ยงให้เราได้เจอเจ้าของผลงานมีนามปากกาว่า MISSTY/ 楚金 ตัวจริงคือ “ณปภัช ถาวรอมรศรี” หรือ แพท ทุกเรื่องที่นักเขียนร้อยเรียงตัวละครออกมาได้อ่านทุกเล่มแล้ว ถือเป็นนิยายจีนคนไทยแต่งเรื่องแรกที่อ่าน ขณะอ่านชื่อตัวละครเยอะและเรียกยากจึงมีกระดาษโน้ตเขียนชื่อตัวละครไว้ แต่ถ้าให้ได้อรรถรสในการอ่านยิ่งขึ้นเรามักใส่ชื่อนักแสดงที่ชอบมารับบทเป็นตัวละครในเรื่องนั้น ทำให้อ่านสนุกถึงขั้นวางไม่ลงก็มี ซึ่งผลงานของนักเขียน MISSTY ใช้ภาษาและสำนวนราวถอดแบบเจ้าของภาษามา แต่ส่วนหนึ่งคงเพราะนักเขียนมีเชื้อสายทำให้เข้าใจภาษา วัฒนธรรมในยุคสมัยนั้นได้ดี นี่ยังคิดว่า ถ้าหาเวลาว่างได้ก็อยากรื้อนิยายเซตของนักเขียนมาอ่านอีกรอบ เพราะบางทีนั่งทำงานชื่อ บุคลิกตัวละครในนิยายก็โผล่มาให้คิดถึง ครั้งนี้สบโอกาสทักขอสัมภาษณ์การวางโครงเรื่องนิยายที่ตัวละครเกี่ยวโยงถูกแยกออกมาเป็นเล่มเดี่ยวตามคำเรียกร้องของนักอ่านอยากทราบถึงความยากง่ายในการวางพล็อตเรื่อง แต่ให้นักเขียนได้แนะนำตัวก่อน

              “สวัสดีค่ะ มิสตี้เองค่ะ (MISSTY/ 楚金) ชื่อเล่น ‘แพท’ ค่ะ ปัจจุบันเป็นพนักงานบริษัท ทำงานออฟฟิศเป็นหลักและงานเขียนเป็นงานอดิเรกค่ะ โดยนามปากกา “MISSTY” เป็นคำพ้องเสียงกับคำว่า MYSTERY หรือสิ่งลี้ลับนั่นเองค่ะ ส่วนชื่อจีนนี้เป็นชื่อที่คุณปู่ตั้งให้ อ่านว่า 楚金 (ฉู่จิน) แปลว่าทองคำแท้ ซึ่งชื่อจีนนี้ แพทเริ่มใช้หลังจากที่ตีพิมพ์นิยายจีน ซึ่งนิยายที่ได้ตีพิมพ์เรื่องแรกกับ สนพ.สื่อวรรณกรรม คือเรื่อง ‘เรียกข้าว่าเครื่องบรรณการชิ้นที่ 31,257 ก็แล้วกัน’ ตอนปี 2561 ค่ะ แต่ถ้าถามว่าเขียนเป็นงานอดิเรกมากี่ปี ก็คงนับย้อนไปตั้งแต่ปี 2550 ช่วงประถมปลายถึงมัธยมต้นนู่นเลยค่ะ

            ก่อนเริ่มเขียนนิยายเชตที่ตัวละครเชื่อมโยงอันดับแรกต้องทำอย่างไร และคิดไว้ก่อนมั้ยว่าจะเปิดกี่เรื่อง?

              หูย ตอบยากเลยค่ะว่าเมื่อไหร่จะจบ เพราะขึ้นกับงานประจำของไรท์เลยว่าเมื่อไหร่งานประจำจะหนักหน่วงน้อยลง แต่ถ้าถามว่าไรท์ทำยังไงให้นักอ่านไม่ลืมตัวละคร อันนี้ไรท์มีเทคนิกค่ะ นั่นก็คือแนะนำตัวละครจากเล่มอื่น ๆ ผ่านการนึกย้อนของตัวละครเก่า หรือไม่ก็ผ่านบทสนทนาของตัวละครใหม่นั่นเองค่ะ! อย่างเช่น ตัวละครจากแคว้น A มีถามถึงตัวละครในแคว้นหยางเป็นต้น ทีนี้ นักอ่านก็จะได้รู้จักหรือไม่ก็ได้ทบทวนบทบาทของตัวละครเก่าผ่านบทพูดคุยค่ะ ส่วนเรื่องการวางบุคลิกของแต่ละตัวละคร ไรท์ถือว่าตัวเองโชคดีที่ตัวละครเกือบทุกตัวเคยปรากฏตัวในนิยายเรื่องแรก เลยทำให้ตัวละครมีนิสัยแตกต่างกันชัดเจนตั้งแต่ตอนนั้น ส่วนตัวละครใหม่ไรท์จะดูพื้นเพและ setting ของตัวเอกในเล่มนั้น ๆ เป็นหลักว่าตัวเอกเติบโตมายังไง อาชีพอะไร และฐานะเป็นแบบไหน แล้วค่อยออกแบบนิสัยของตัวละครรองเสริมขึ้นมา โดยส่วนตัวไรท์คิดว่าจุดที่ยากไม่ใช่การวางอุปนิสัยค่ะ แต่การจะดึงเสน่ห์ของตัวละครพระเอกนางเอกให้เป็นที่ถูกใจตัวละครอื่นในเรื่อง อันนี้ยากกว่าค่ะ

                คำถามนี้น่าสนใจมากค่ะ เพราะถ้าให้สารภาพก็คือไรท์ไม่ได้ตั้งใจจะเชื่อมโยงตัวละครเป็นซีรีส์ตั้งแต่แรกค่ะ แถมไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะได้ตีพิมพ์ออกมาเป็นเล่มอย่างทุกวันนี้ (ฮา) คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ ตอนแรกไรท์เริ่มเขียนนิยายเพราะเครียดจากงานหลัก พอได้ตีพิมพ์เล่มแรกด้วยการทาบทามโดยตรงเพราะเผอิญไปเข้าตาบรรณาธิการของสำนักพิมพ์เข้า ไรท์ในตอนนั้นก็คิดแค่ว่า ‘ดีใจจังที่ชีวิตนี้ได้มีโอกาสตีพิมพ์หนังสือนิยายของเราเป็นเล่มตามความฝันของเราสักที’ ฟิลลิ่งประมาณว่าชีวิตไรท์ Completed แล้ว ไม่ได้หวังจะมีตีพิมพ์เรื่องอื่นเพิ่ม แต่คงเพราะนิยายเรื่อง ‘เครื่องบรรณาการชิ้นที่ 31,257’ ที่นอกจากชื่อนิยายจะยาวเป็นพรืดแล้ว ตัวละครในเรื่องก็มีเยอะมากจนหลังเขียนพระเอกนางเอกลงเอยกัน กลับกลายเป็นนักอ่านหลายท่านที่เริ่มถามหาว่า ‘แล้วพระรองล่ะ? หลังอกหักแล้วเป็นยังไง? ไรท์จะทอดทิ้งเขาจริง ๆ เหรอ?!’ และเมื่อมีคนทักเยอะขึ้น ไรท์ก็เลย ‘โอเค เขียนต่ออีกสักเล่มแล้วกันเป็นเล่มแยกของพระรอง ให้นักอ่านได้ชุบชูจิตใจหลังไรท์ทำการหักอกพระรองไป’ แต่พอเขียนเล่มต่อเท่านั้นแหละ…รู้ตัวอีกทีไรท์ก็สร้างจักรวาลแคว้นหยางออกมาซะงั้น จนตอนนี้ผ่านมา 6 ปี นิยายที่เขียนก็งอกจาก 1 เรื่อง เป็น 4 เรื่อง สิริรวม 8 เล่มเป็นที่เรียบร้อย ดังนั้นการเชื่อมโยงตัวละครของไรท์จึงเริ่มจากนิยายเรื่องแรกที่มีตัวละครเยอะ ทำให้ไรท์มีวัตถุดิบในการรังสรรค์ผลงานเป็นเล่มแยก ซึ่งแต่ละเล่มไรท์จะยึดคติว่า ‘ต้องแยกเล่มอ่านแล้วไม่งง จะเริ่มอ่านจากเล่มไหนก่อนก็ได้’ ค่ะ  แล้วในตอนนี้ซีรีส์แคว้นหยางเลยมีแผนวางไว้ว่าจะมีออกมาอีก 2-3 เรื่องค่ะ ถึงจะจบซีรีส์นี้ค่ะ หรือไม่ก็…อาจไปต่อเรื่อย ๆ เพราะตัวละครในเรื่องแรกมีเยอะมากจริง ๆ (เขินเลย)

              และก็อย่างที่เกริ่นไปว่าตัวละครเยอะค่ะ ไรท์เลยมีทรัพยากรและวัตถุดิบที่จะดึงมาใช้ได้เรื่อย ๆ ถึงนิยายทุกเรื่องจะแยกเล่มอ่านได้ แต่ถ้าให้ไรท์แนะนำลำดับก็คงจะเป็น

1. เรียกข้าว่า เครื่องบรรณาการชิ้นที่ 31,257 ก็แล้วกัน

2. ฮูหยินของข้า โปรดวางมีดทำครัวของเจ้าลงก่อนเถอะ

3. กฎเหล็กของสาวใช้คือห้ามหลงรักท่านแม่ทัพ

4. บุรุษขี้งกผู้นั้นคือว่าที่สามีของข้าเอง

5. ภพรัก ณ ศาลเจ้า (เล่มนี้แนวปัจจุบันค่ะ)

               ส่วนคำถามที่ว่าเล่มต่อไปคือเล่มไหน อันนี้ตอบได้เลยว่าเป็นเล่มจีนโบราณขององค์หญิงลำดับที่สี่ของแคว้นหยางค่ะ ภายใต้ชื่อ ‘เปิ่นกงมิใช่สตรีร้ายกาจเสียหน่อย’ (ชื่อนิยายแหวกแนวอีกแล้ว ฮา)

              ในการเขียนนิยายจีนชายหญิงนอกจากวางโครงเรื่องของเนื้อหา ตัวละครเกี่ยวเนื่องแล้ว เรื่องที่ยากสำหรับตัวไรท์แล้ว จุดที่ท้าทายคือการเขียนนิยายที่อ้างอิงจากความเป็นในประวัติศาสตร์จริงด้วยค่ะ อย่างเช่น นิยายเล่มบุรุษขี้งกฯ เล่มนี้จะเป็นเรื่องราวของนักพรต ดังนั้น ระหว่างที่เขียนไรท์จึงต้องหาและศึกษาเกี่ยวกับความเชื่อ มุมมอง พิธีกรรม ตำนาน ไสยศาสตร์ และเรื่องราวโลกหลังความตายให้เข้าใจก่อนแล้วค่อยแทรกข้อมูลใส่ในนิยายค่ะ ถึงจะใช้เวลานาน แต่ถ้าอ่านแล้วได้เกร็ดความรู้หรือมีประโยชน์ ไรท์ก็พร้อมจะท้าทายค่ะ ฉะนั้น จุดที่ยากที่แท้จริงคือการหาเวลาว่างค่ะ (ยิ้มอ่อน)  

              ถามว่าเขียนนิยายเคยเกิดท้อมั้ย ต้องยอมรับอย่างหนึ่งค่ะว่างานเขียนมันเกี่ยวข้องกับตัวตนของไรท์ หากช่วงอารมณ์เราดิ่ง ซึม หงอย ไม่ราบรื่น งานเขียนมันจะดิ่ง ซึม หงอย ไม่ลื่นตามไปด้วย มีหลายครั้งเลยที่ไรท์ต้องลบทิ้งทั้งบทเพราะอ่านเองแล้วไม่โอเค คำว่าท้อที่อยากจะหยุดเขียนเลยยังไม่เกิดขึ้นค่ะ แต่ถ้ามองว่าความท้อเกิดจากงานประจำจนกระทบต่ออารมณ์สุนทรีย์ อันนี้ตรงกับชีวิตไรท์สุด ๆ ซึ่งงานประจำในตอนนี้ที่ไรท์ทำอยู่คือ ดูแลส่วนงานระบบภายในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งอยู่ค่ะ มันเลยมีความวุ่นวายล้านแปดและความปวดเศียรเวียนเกล้าเกิดขึ้นกับไรท์ และมีแนวโน้มจะบ้าบอมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วถ้าถามว่าเวลาท้อไรท์ทำอะไร อันนี้ตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยค่ะว่าไรท์ ‘เน้น-กิน-ค่ะ’ กินชาบูคนเดียวทั้งน้ำตาหลังเลิกงานก็ทำมาแล้ว ดังนั้น ไม่ว่าจะท้อยังไงขอแค่กินอิ่มไว้ก่อนเท่านี้ไรท์ก็มีแรงแล้วค่ะ แต่ถ้ามันถึงจุด ๆ หนึ่งที่ชีวิตพีคมาก ๆ ท้อมาก ๆ ถูกโจมตีมาก ๆ ไรท์ก็จะกลับมาสู่เซฟโซนของตัวเองนั่นก็คือ หยิบนิยายของตัวเองมาอ่าน เพื่อให้รู้ว่าชีวิตไรท์อย่างน้อยก็ยังมีโลกอีกใบที่ไรท์ได้เป็นตัวของตัวเอง ได้มีพื้นที่ของตัวเอง เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เต็มไปด้วยมิตรภาพดี ๆ จากนักอ่านที่มีค่าและสร้างคุณค่าทางใจ เป็นซัพพอร์ตสำหรับของไรท์เลย 

              อย่างที่แจ้งไปค่ะว่าถ้าส่วนของซีรีส์แคว้นหยาง นิยายเรื่องต่อไปที่จะเขียนคือชื่อเรื่องว่า ‘เปิ่นกงมิใช่สตรีร้ายกาจเสียหน่อย’ ซึ่งทุกท่านสามารถเตรียมพบกับความร้ายกาจ…เอ้ย! หมายถึง เตรียมเจอกับความหวานซ่อนคมจากองค์หญิงคนนี้ได้เลย ขอรับประกันว่านิยายเล่มนี้จะเป็นนิยายชิงไหวชิงพริบไม่แพ้เล่มเครื่องบรรณาการเลยค่ะ สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณโอกาสดี ๆ จากทีมงานที่ให้ไรท์ได้มาแนะนำตัวและได้ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ไว้พบกันในนิยายเล่มใหม่ค่ะ ฝากทุกคนรักษาสุขภาพด้วยนะคะ ด้วยรัก <3<3<3”

Related posts