กรุงเทพฯ — ท่ามกลางการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังร้อนแรงทั่วโลกในปัจจุบัน และในช่วงเวลาที่โลกกำลังจับตาบทบาทของจีนอย่างใกล้ชิด หากย้อนกลับไปก่อนยุคของ ChatGPT และก่อนที่ Generative AI จะกลายเป็นกระแสหลัก มีผู้บริหารด้านเทคโนโลยีไทยรายหนึ่งที่ได้สะท้อนมุมมองบนเวทีไว้ตั้งแต่ปี 2018 ว่า “จีนคือประเทศที่ต้องจับตาอย่างยิ่งในเรื่อง AI”
ดร. มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ ได้ขึ้นพูดบนเวที Digital Big Bang Thailand 2018 ในหัวข้อเกี่ยวกับ Digital Transformation และ Industry 4.0 โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่เธอหยิบยกขึ้นในวันนั้น คือ “ปริมาณข้อมูลมหาศาล” ที่จีนกำลังสะสมผ่านระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของตนเอง
ในเวลานั้น ดร. มนธ์สินีตั้งข้อสังเกตว่า จีนไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตของโลก แต่กำลังก้าวไปสู่การเป็น “ฐานข้อมูลของโลก” ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์เชื่อมต่อ หรือระบบดิจิทัลที่ถูกผลิตและใช้งานในวงกว้าง ข้อมูลจำนวนมหาศาลจากการใช้งานเหล่านี้ล้วนกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการพัฒนา AI ในระยะยาว
เธอให้มุมมองว่า หากประเทศใดสามารถสะสมข้อมูลในระดับมหาศาล พร้อมทั้งมีศักยภาพในการประมวลผล วิเคราะห์ และต่อยอดข้อมูลเหล่านั้น ประเทศนั้นย่อมมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้าน AI ของโลกได้ และจีนคือหนึ่งในประเทศที่มีเงื่อนไขดังกล่าวครบถ้วนที่สุด
สิ่งที่ทำให้มุมมองดังกล่าวมีนัยสำคัญ คือในปี 2018 โลกยังไม่ได้เข้าสู่ยุคของ Large Language Models อย่างเต็มรูปแบบ และคำว่า Generative AI ยังไม่อยู่ในกระแสหลักของภาคธุรกิจ แต่แก่นสำคัญที่ ดร. มนธ์สินีสะท้อนในวันนั้น คือ
“AI จะไม่ได้แข่งขันกันเพียงที่อัลกอริทึม แต่จะแข่งขันกันที่ฐานข้อมูล และความสามารถในการเรียนรู้จากข้อมูลในระดับมหาศาล”
เมื่อพิจารณาจากบริบทปัจจุบัน ข้อสังเกตดังกล่าวยิ่งสะท้อนน้ำหนักมากขึ้น เนื่องจากจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของโลก AI อย่างชัดเจน ทั้งในด้านโมเดล เทคโนโลยีพื้นฐาน การลงทุนเชิงระบบ และการพัฒนา ecosystem ภายในประเทศ
สำหรับ ดร. มนธ์สินี การย้อนกลับไปพิจารณาคำพูดจากเวทีในครั้งนั้น ไม่ใช่เพียงการทบทวนอดีต หากแต่เป็นเครื่องยืนยันว่า “สัญญาณของอนาคต” มักปรากฏให้เห็นล่วงหน้า สำหรับผู้ที่มองเทคโนโลยีในเชิงโครงสร้าง มากกว่าการมองในเชิงผลิตภัณฑ์เพียงระยะสั้น
เธอระบุว่า สิ่งที่โลกเห็นในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่เป็นผลจากการวางรากฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และความสามารถในการเปลี่ยน data ให้กลายเป็น intelligence ในระยะยาว
การนำเสนอคำพูดจากเวที Digital Big Bang Thailand 2018
อีกครั้งในบริบทปัจจุบัน จึงมีความหมายมากกว่า “คลิปย้อนหลัง” หากแต่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า การเข้าใจทิศทางของโลกเทคโนโลยีอย่างแท้จริง จำเป็นต้องมองเห็น pattern ระยะยาวของข้อมูล ระบบ และโครงสร้างที่กำลังก่อตัวขึ้น
และในบางครั้ง สิ่งที่เคยเป็นเพียง “ข้อสังเกต” ในวันนั้น ก็อาจกลายเป็น “ความจริง” ที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในวันนี้
ในมุมมองของ ดร. มนธ์สินี สิ่งที่น่าจับตาในเรื่อง AI ไม่ใช่เพียงว่าใครมีโมเดลที่เก่งกว่า แต่คือใครมี “ฐานข้อมูล” และ “โครงสร้างการเรียนรู้” ที่แข็งแรงกว่า เพราะในระยะยาว ความได้เปรียบที่แท้จริงของ AI อาจไม่ได้เริ่มจากตัวโมเดลเพียงอย่างเดียว หากแต่เริ่มจาก ระบบนิเวศข้อมูล ที่สามารถหล่อเลี้ยงและพัฒนา intelligence ได้อย่างต่อเนื่อง
![Asia Morning News [เอเชียมอร์นิ่งนิวส์]](https://www.asiamorningnews.net/wp-content/uploads/2026/02/cropped-logo_x90.jpg)