GODZILA MINUS ZERO ก๊อตซิล่า ไมนัส ซีโร่
ขอเตือนแฟนคลับถ้าจะไปดูเตรียม “หู” ให้พร้อม! เพราะนอกจากเสียงแผดร้องอันทรงพลังของ Godzilla แล้ว ยังมีมังกรตัวใหม่อย่าง Ghidorah ที่คอยกระหน่ำความคลั่งใส่กันยับจนแสบหูไปหมด 555
มาพูดถึงงานภาพเจ้าก๊อดซิล่า ซึ่งภาพและCG ทำออกมาอลังงานดูทรงพลังมาก ๆ ยิ่งฉาก Ghidorah มังกรหัวเดียวกลายพันธุ์เป็น King Ghidorah 3 หัวคือสุดยอดยิ่ง เนียน ตาแตก! ผสม ดนตรี & ซาวด์ บิวต์อารมณ์สุด ๆ ที่มีทั้งตื่นเต้น ทั้งหดหู่ ซาวด์จัดเต็มคุ้มค่าตั๋ว สำหรับเนื้อเรื่องเล่าสืบเนื่องจาก Minus One ได้น่าสนใจ ยังคงประเด็นบาดแผลสงครามโลกและนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นได้ลึกซึ้ง มีช่วงต้นเรื่องที่ปูเรื่อย ๆ เอื่อยไปนิด ส่วนแอร์ไทม์พี่ก๊อดอาจจะน้อยไปหน่อย แต่โผล่มาทีไร คือโคตรเท่! จากอสูรร้ายกลายเป็นตัวหวังพึ่งหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ ลุ้นกันจนหยดสุดท้าย ใครชอบภาคที่แล้ว ภาคนี้ยิ่งไม่น่าพลาด! เต็มห้า ติดให้ ****
THE MAGE คนเก็บผี
ภาพยนตร์แฟนตาซี-ระทึกขวัญ โดยการกำกับฯ ของ “แดนนี่ และ อ็อกไซด์ แปง” ชื่อที่ทุกคนน่าจะรู้จักดี เพราะสองพี่น้องไม่ทำหนังที่ธรรมดา อย่างเนื้อเรื่องก็ไปฟังเพื่อนเล่าจึงเกิดพล็อตมาสร้างหนังถือว่ามันสมองของพี่น้องคู่นี้ไม่หยุดนิ่ง สามารถต่อยอดเป็นบทภาพยนตร์ออกมาได้จึงทำให้เกิดหนังซึ่งมีสไตล์การทำผี และบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองแบบไม่เหมือนใคร แถมมี โจซี่ โฮ ลูกสาวของเจ้าพ่อคาสิโนที่มาเก๊า สแตนลีย์ โฮ เป็นผู้อำนวยการสร้างและแสดงนำ โดยโจซี่ โฮ เห็นถึงเรื่องราวที่สยองแปลกประหลาด
ขอพูดถึงการแสดงของ โจซี่ โฮ เพราะเป็นนักแสดงนำเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จากที่ดูเธอแสดงออกมาได้ยอดเยี่ยมมากสมแล้วกับรางวัลที่ได้รับจากฝีมือจริง ๆ เธอเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้แบบไร้ที่ติ เรื่องราวจะเกี่ยวกับความเชื่อ วิญญาณ พลังแห่งธาตุทั้ง 5 พิธีกรรม และ การสืบสวน ตามล่าหาสาเหตุคนตายที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ถือว่าบทภาพยนตร์เรียบเรียงได้ดี ดูง่าย เข้าใจแล้วเมื่อดูจบก็จะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ สำหรับฉากที่เน้นขยะ คลองน้ำสกปรก บางช่วงมีความสีจาง ๆ ให้เข้าถึงบรรยากาศอยู่ ส่วนผี วิญญาณ ที่โผล่มานั้นก็จะมีรูปร่าง ลักษณะ และ การเคลื่อนไหวในแบบที่พี่น้องตระกูลแปงต้องการนำเสนอ แต่ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ สำหรับโทนหนังออกไปทางแนวสืบสวนที่มีผีโผล่มาบ้าง จึงเป็นความเด่นของเรื่องสืบสวนที่มีผี และการแสดงของ โจซี่ โฮ แต่ก็มีจุดด้อยถ้าคนที่อยากดูผีเรื่องนี้จะเห็นผีในแบบไม่ค่อยน่ากลัวและไม่มีให้ตกใจเท่าไหร่ ทว่าก็เหมาะคอหนังหรือคนที่ชอบไหว้เจ้า มีความเชื่อแบบจีน จะดูสนุกมากขึ้น เพราะหนังหยิบความเชื่อเรื่องนั้นมาต่อยอดเป็นเรื่องราวรวมอยู่ในการสืบสวนคดี เต็มห้า ติดให้ *** ครึ่ง
INTERN – อินเทิร์น” ภาพยนตร์รีเมกเวอร์ชัน K-Movie
เป็นหนังเกาหลีที่เอาเรื่อง Intern ปี 2015 มารีเมคกลับมาทำในแบบวัฒนธรรมการทำงาน ความอาวุโส สังคมร่วมสมัยในแบบสภาพสังคมเกาหลีใต้ เนื้อเรื่องดราม่าคอมเมดี้ที่สร้างความประทับใจ ส่วนบทภาพยนตร์ต้นแบบ หนังที่เอามารีเมคมีดีมากอยู่แล้ว ในส่วนนักแสดงนำทั้ง 2 คน ชเวมินซิก ที่รับบท เด็กฝึกงานอาวุโส ที่เล่นได้ดีมาก ๆ ดูใจเย็น อบอุ่น และพร้อมสนับสนุนให้ได้เป็นอย่างดี โดยไม่ได้มีความยโสเรื่องอายุที่มากกว่าแต่อย่างใด ตีบทแตกมาก โดยเฉพาะแววตาของผู้ใหญ่ที่ใจดี ส่วนนักแสดงนำหญิง ฮันโซฮี ที่รับบท CEO สาวสวยไฟแรง ก็เล่นได้ยอดเยี่ยมในรูปแบบเอกลักษณ์ของเธอเช่นกัน โดยมีบทให้เล่นทุกอารมณ์ ความรู้สึก และก็เล่นได้ดีครบทุกบท
ซึ่งเป็นหนังเกาหลีที่เรียกน้ำตาได้แบบ อบอุ่น ให้พลังบวก ไม่ใช่หนังเกาหลีที่ชีวิตรันทด หรือเจอกลั่นแกล้ง มีแต่พลังลบ ความเด่นของหนังเรื่องของคนอาวุโสที่แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ ที่สร้างพลังบวกได้อย่างอบอุ่น แต่ก็มีส่วนด้อยเรื่องของฉากที่มีความเป็นโลกตะวันตกสูงไปหน่อย น่าจะมีสิ่งแวดล้อมแบบเอเชียมากกว่านี้ ซึ่งในยุคนี้แต่ละที่ก็รับผู้อาวุโสทำงาน ทำให้คนที่ทำงาน ควรดูมาก ถือเป็นแรงบันดาลใจให้รู้ว่า แม้จะอายุมากแล้วก็สามารถทำอะไรได้ดีมาก รวมทั้งมอบ พลังบวกให้กับทุกคนรอบตัวได้ เต็มห้า ติดให้ 4 ดาว
นาคี 3 ครุฑา นาคี (The Cursed War)
เกิดการหนังเลื่อนเข้าฉายตามที่เป็นข่าวดราม่าภาพหน้าอกของแต๋วที่สร้าง CG ทำให้นักแสดงไม่โอเค ทำให้ผู้สร้างต้องแก้ไขและส่งหนังเข้าฉายวันที่ 23 ตุลาคม จากที่ดูรอบสื่อภาพหน้าอกที่เป็นประเด็นดังกล่าวเป็นฉากที่แต๋วกำลังเล่นน้ำเห็นราว ๆ 2-3 วินาทีขณะเดียวกันพระเอกที่เป็นครุฑก็โผล่มา และเกิดความรักของสองเผ่าพันธุ์ขึ้น สำหรับ CG ทั้งฉากป่าหิมพานต์ ปีกครุฑฝ่ายชาย หางนาคฝ่ายหญิงถือว่าทำถึงดูภาพฟุ้ง ๆ ยิ่งดูใน 4DX ก็สบายตา
เนื้อหาหยิบยกตำนาน ระหว่าง ครุฑ กับ นาค ที่ปะทะกันมาตลอด งานภาพในครั้งนี้ทำออกมาได้ดีมาก มีความรู้สึก เหมือนหนังดังสมัยก่อนของทางตะวันตก เช่น บางฉากก็มีมุมคล้าย The Lord Of The Rings บางบรรยากาศก็คล้ายหนัง อียิปต์ ฉากป่าหิมพานต์ทำออกมาได้สวยงาม แต่ดูเป็นแนวภาพวาดที่เป็น ฉากหลังมากกว่ายังไม่ถึงระดับเหมือนเข้าไปอยู่ในป่านั้นจริง ๆ เท่าไหร่ สำหรับฉากต่อสู้แบบคนกับคนไม่ได้ดุเดือดมาก จะแตกต่าง เมื่อเป็นฉากที่มี ร่างแปลง ที่จะทรงพลังรุนแรง อลังการมากกว่า เรียกว่า ฉากสงครามทำออกมาใช้ได้ดี เมื่อมีกราฟิกมาก็ยกระดับขึ้นมาเลย ในส่วนของบทภาพยนตร์เยี่ยม ทำให้เนื้อเรื่องดูไม่ยากเข้าใจง่าย แม้จะเป็นคนต่างชาติที่ไม่รู้จักตำนานระหว่างครุฑกับนาคมาก่อนก็เข้าใจ และนักแสดงนำ พระเอกนางเอกในยุคปัจจุบันที่เป็นตัวเดินเรื่องหลัก เข้ม หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาลเล่นได้ดี ดูมีสง่าแบบเจ้าชายที่มีเกียรติและอบอุ่น อารมณ์ส่งมาทางสีหน้า แววตได้ชัดเจน แต่ต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมืองกลับมีอารมณ์แสดงออกน้อยไป อาจจะด้วยบทของตัวละคร ทำให้ไม่อินหรือรักตัวนางเอกเท่าที่ควร แต่อีกคู่ในอดีตระหว่าง เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค กับ แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ ทั้งสองเล่นเข้าคู่กันดีมาก อารมณ์ที่ถ่ายทอดมาให้คนดูสัมผัสได้มาเต็ม แม้คู่นี้จะมีเวลาแสดงน้อยกว่า แต่กลับทำให้รู้สึกได้มากกว่าอีกคู่ เต็มห้า ติดให้ ****
CLAYFACE
ถือเป็นหนังดาร์ก ดิบ สยองขวัญ Body Horror เรต R ของแท้! จาก DC Studios กับเรื่องราวต้นกำเนิด Clayface วายร้ายตัวฉกาจแห่งก็อตแธมและศัตรูคนสำคัญของแบทแมน ที่จัดเต็มความสยองแบบไม่ปรานี โดยเฉพาะฉากกรีดใบหน้าทั้งตอนถูกทำร้ายและซ่อมแซมที่ได้ยินชัดทุกเสียง เห็นทั้งผิวหนังฉีกขาดและเลือดสาด รวมถึงฉากใช้กรรไกรตัดหนังตาที่กำลังหลอมละลายเพื่อให้กลับมามองเห็น กล้องซูมใกล้จนเห็นเส้นขนตา ชวนหวาดเสียวจนต้องปิดหน้าดู
สำหรับบรรยากาศหม่นมืด งานภาพโทนสีเย็น และดนตรีประกอบที่บีบคั้น ช่วยเร่งความระทึกและกดดัน ขณะที่ใบหน้าและรูปร่างของแมตต์ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามสภาพจิตใจ ก่อนแปรสภาพอย่างฉับพลันเป็นการสะท้อนการสูญเสียตัวตนได้อย่างชัดเจนและน่าสะพรึงกลัว ซึ่งทำออกมาได้เนียนตาถ่ายทอดให้รู้สึกอินกับฉากนั้น เพราะชอบตัวแมตต์ด้วย เรื่องราวของแมตต์ เฮเกน นักแสดงหนุ่มผู้พยายามทวงคืนรูปลักษณ์และชีวิตเดิม โดยฝากความหวังไว้กับ ดร. เคทลิน คอร์ นักวิทยาศาสตร์ผู้พัฒนาเทคโนโลยีฟื้นฟูเนื้อเยื่อ แต่การรักษากลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อความเจ็บปวดผลักดันเขาสู่เส้นทางแห่งความแค้น! นี่คือหนังวายร้ายที่เดินเรื่องสนุกจนอดแอบเทใจลุ้นให้เขาแก้แค้นได้สำเร็จ เนื้อหาเต็มไปด้วยความสยอง สะใจ และสนุกเกินคาด! ติดเต็ม *****
RUNNER พี่บึ้ก…โคตรคน ชนนรก
เป็นหนังอเมริกันที่ไปถ่ายทำ ออสเตรเลีย เล่าถึงพระเอกสุดบึ้ก อดีตทหารเก่า ที่พยายาม ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น มารับงานส่งของที่กลับต้องเจอปัญหา เมื่องานที่ได้รับมานั้นมาพร้อมกับการไล่ล่า Alan Ritchson ที่รับบทพระเอกเล่นได้ดีมาก รูปร่างแข็งแกร่ง บึ้กล่ำ ดีแท้ แต่ใบหน้าและแววตากลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่รู้สึกหลงใหล แถมดูจะใจดี เพราะช่วยเหลือผู้อื่น คู่หูในการถูกไล่ล่า ส่วน Owen Wilson ก็เล่นได้ดี ตีบทพูดมาก น่ารำคาญ ได้แตกเลย และอีกคนที่เล่นได้ดีมาก ๆ ก็คือ ตัวร้าย Rodrigo Santoro ที่รับบทคนชั่ว ที่มีแรงบันดาลใจปล้นของและต้องทำชั่วก็มีเหตุผล ตัวร้ายสื่อแววตาให้เข้าใจในอารมณ์ที่ต้องทำชั่วได้ชัดเจน น่าเห็นใจแต่เกลียดตัวร้ายไม่ลง
ส่วนบทภาพยนตร์ทำออกมาได้ดีเยี่ยม ขับตัวตนของแต่ละตัวละครออกมาได้ชัดเจน ไม่ได้ บู๊ กัน เอามันอย่างเดียว แต่ดึงอารมณ์ เหตุผลของแต่ละฝ่ายให้ได้เห็น ซึ่งถือเป็นหนังที่ควรดู และถ้าใครชอบพี่บึ้กเรื่องนี้มีเสน่ห์กว่าทุกเรื่องที่เขาเล่น เหมือนเขาจับทางตัวเองถูกและจับแนวทางหนังถูกด้วย สำหรับความเด่นคือตัวเอก และ ตัวร้ายที่ดูโหดไม่แพ้กันทว่าต่างมีความอ่อนโยนเพราะต้องทำเพื่อผู้อื่นอย่างทุ่มทั้งชีวิต แต่ความไม่โอเคของเรื่องคือสังเวยคนมากไป จนอาจทำให้ ภารกิจนี้แลกมาไม่คุ้มเลย น่าจะเหมาะคนที่ชอบหนังบู๊ ไล่ล่า แย่งสมบัติล้ำค่า ถูกใจแน่นอน และยังได้อารมณ์เชียร์พระเอกและเห็นใจตัวร้ายไปด้วย เต็มห้า ติดให้ ****ครึ่ง

DIGGER
ที่ทอม ครูช เปลี่ยนลุคเป็นลุงผมหงอก หนังแนวตลกร้ายเสียดสีสังคม ตัวครูซ ในบทที่จากดูหนังของเขามาหลายเรื่องกับลุคลุงเรื่อง DIGGER มหาเศรษฐีที่ใช้ความรวย สมองกู้โลกช่วยมนุษย์ถือว่าแปลกใหม่และยอดเยี่ยมที่สุดต่างจากที่เคยเห็น ที่เคยดูหนังเขาเขาจะหล่อและช่วยโลกด้วยพลังผู้ชายคนนึง ทว่าเรื่องนี้และยุคนี้เอาจริง ๆ ใครมีเงินต้องแบบมากกกและสามารถเอาเงินไปทำประโยชน์ให้มนุษย์ได้ถือว่าเป็น “ฮีโร่” โดยไม่ต้องสวมชุด Superman เลยนะ เพราะถือเป็นการช่วยโลกในแบบคนมีอันจะกินอย่างมหาเศรษฐี ที่ใช้ประโยชน์จากความรวยของตัวเองแม้อาจดูเพี้ยนบางความคิด บางทรงการแต่งตัว แต่ในเมื่อฉันรวย ฉันจะทำอะไรก็ได้ไม่น่าเกียจจริงมั้ย
แม้ทอม ครูซจะอยู่ลุคลุงทว่าก็ไม่ทำให้ตัวเขาไม่โดดเด่นในเรื่องเหมือนเขามีเสน่ห์กับบทใหม่และใส่ใจเล่นแม้ไม่หล่อก็ปล่อยฝีมือเต็มที่ อีกทั้งได้นักแสดงร่วมที่คุ้นหน้ามาประชันฝีมือ ประชันมันสมองก็ส่งให้หนังที่อาจจะต้องใช้สมาธิดูเพื่อเข้าใจในการคุยกันของแต่ละตัวละครที่มีความตลกเสียดสีสังคม เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ถ้าสลัดภาพจำทอม ครูซแล้วเปิดใจดูการแสดงที่เขายอมพลิกบทและกล้าแสดงเป็นลุงไม่หล่อ แต่รวยพร้อมสมองอันปราดเปรื่อง เพื่อช่วยมนุษยชาติ เชื่อว่าการที่เขากล้าเปลี่ยนลุคตัวเองน่าจะเพราะบทที่เสนอให้เขาอยากเล่น แล้วเราต้องเปิดใจดู ไม่แน่ DIGGER อาจส่งให้ทอม ครูซคว้าออสก้ามาก็ได้ เต็มห้า ติดให้ ***
The Influencer Project เปิดไลฟ์เดือดเชือดอินฟลู
หนังดำเนินเรื่อง เหมือนได้ดูไลฟ์สด ผ่านจอมือถือ มีระยะการถ่ายที่ใกล้ใบหน้าสลับกับมุมกล้องปกติ เวลาถ่ายหนังถือว่าถ่ายในมุมกล้องระยะใกล้ได้นิ่งดี เพราะปกติไลฟ์สดด้วยมือถือ มักจะมีความสั่นของภาพตามการเคลื่อนไหวมากกว่านี้ ทำให้คนดูรู้สึกปวดหัว ปวดตาน้อยลง
แต่ด้วยตัวบทภาพยนตร์และเนื้อเรื่องที่เดินเรื่องแบบเล่าไปเรื่อย ๆ ทำให้ดูน่าเบื่อระดับนึง และอาจสร้างความอึดอัดกับคนที่ชอบดูไลฟ์สดได้ เพราะเวลาดูไลฟ์สามารถหยุดดูได้ แต่พอมาดูเป็นหนังแบบนี้แล้วก็จะกลายเป็นอึดอัด อยากจะหยุดพักก่อนแล้วค่อยดูต่อก็ทำไม่ได้ แล้วกว่าหนังจะมาถึงฉากตื่นเต้นสนุกก็มาช่วงท้ายเรื่องแล้ว ส่วนของนักแสดงนำ Chiara King นางเอกของเรื่องที่ในเรื่องก็ใช้ชื่อจริงของนางเลย เธอเล่นได้ดีมากเข้าถึงอารมณ์แต่ละฉากได้สมบูรณ์ และนักแสดงคนอื่น ๆ ก็เล่นได้ตามบทที่ได้รับไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก สำหรับความเด่นของเรื่องตรงที่ไลฟ์สดแบบกล้องแทบไม่สั่น ส่วนจุดด้อยของหนังคือ กว่าความสนุกจะโผล่มาก็แทบจะท้ายเรื่องแล้วพาเบื่อเหมือนกัน คอหนังถ้าว่างไม่มีอะไรทำเอาไว้ดูก็พอได้ เพราะยังมีแง่มุม ให้ข้อคิดอยู่พอสมควร เต็มห้า ติดให้ **
Beware Boiúna (บอ ยู นา เลื้อยเขมือบแอมะซอน)
สนุกดี หนังโอเค ดูแล้วถ้าเทียบหนังสไตล์นี้มีเรื่องเดียวที่จะเทียบคือ ‘(Anaconda’ สำหรับ Anacondaทำได้ดีในภาค 1 นอกนั้นก็ไม่ค่อยสนุกแล้ว แต่เรื่องนี้ เอ่อ ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ถ้าพูดแล้วสูสีถ้าไม่เคยดูAnacondaมาก่อน Beware Boiúna (บอ ยู นา) สนุกกว่าใช้ได้เลย ดาราไม่ต้องพูดถึงเพราะไม่ใช่หนังฮอลลีวูด พล็อตเรื่องเข้าป่าอเมซอนแน่นอนต้องมีงูยักษ์อาศัยอยู่ พล็อตเดิม ๆ แต่เพิ่มเติมงูพิทักษ์ป่า และเอาจุดเล็กจุดน้อยของป่าอเมซอนที่เราไม่เคยเห็นมาเล่นได้ดี คือในป่ามีพวกแมลง มีสัตว์มีพิษทั้งหลายและต้นไม้มีหนาม คือมันเอามาเป็นปลีกย่อย ซึ่งทำให้ป่าอเมซอนมันต้องอย่างนี้สิ คนที่เข้ามาบุกป่าอเมซอนเอะอะก็แค่ชื้นแฉะและเจองูยักษ์อย่างเดียว แต่เรื่องนี้เก็บรายละเอียดว่า คุณลงในน้ำคุณจะเจออะไร? จริง ๆ ป่าอเมซอนต้องมีปิรันย่า (Piranha)นะ แต่เขากลับไปเล่น แต่มีจรเข้อย่างนี้ใช้ได้ มุกแต่ละมุกกว่าจะเจองูยักษ์ คุณต้องเจออย่างอื่นก่อนด้วย ปูเรื่องดีดูแล้วตื่นเต้นตาม เพราะนู้นก็ลุ้น ไอ้นี่ก็ลุ้น ใช้ได้นะ ๆ เสียงซาวด์ประกอบตื่นเต้นด้วย
ในส่วนดาราทุกคนก็เล่นดี ถ้าเทียบนักแสดงAnacondaได้ดาราดังแต่ตอนที่เล่นจริง ๆ จะเรียกว่าดังก็ไม่ได้ อย่าง เจนนิเฟอร์ โลเปซ ก็ไม่ได้ดังมาก ย้อนกลับมาที่หนังถือว่าเป็นฟอร์มหนังที่ผิดคาดเพราะสนุก ตื่นเต้นเกือบทุกฉาก ถือว่าเป็นหนังสนุกใช้ได้เลย ถ้าคุณเข้ามาดูก็ถือว่า ‘เซอร์ไพรส์’ ส่วนใหญ่สร้างหนังสัตว์พักหลังจะเป็นจรเข้, ฉลาม, ฮิปโป สร้างแล้วมือไม่ถึง แต่เรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังฟอร์มที่เราไม่นึกว่า เออ สร้างกลับสนุกมาก ตื่นเต้น เร้าใจ มีฉากตกใจ ๆ ทั้งนั้นเลย ต้องชื่นชมผู้กำกับ ไมก์ พี. เนลสัน (Mike P. Nelson) แม้งูไม่ได้โผล่ให้เห็นโจ่งครึ่ม ๆ แต่แอบโผล่ ก็ทำให้สนุกได้และตื่นเต้นดี ทำตกใจและดูเสียวฉากที่จะโดนงูกิน ซึ่งกราฟฟิกเนียนตา และเข้าป่าอเมซอนมันต้องเจอของแบบเนี่ย เจออันตรายแต่ไม่ใช่เจอแค่กับงู แล้วหนังยังสอดแทรกคุณธรรมเรื่องโจรกลับใจแบบพอจวนตัวจริง ๆ แล้วคนเราก็ช่วยเหลือกัน หรือทำไม่ดีกับป่า ๆ ก็ลงโทษด้วยผู้พิทักษ์ป่า เหมือนจะสอนว่าพวกที่จะเข้ามาโกยผลประโยชน์ของธรรมชาติก็ต้องโดนลงโทษกันไป ถือเป็นหนังที่สนุกเกินคาด เต็มห้า ติดให้ **** ครึ่ง

![Asia Morning News [เอเชียมอร์นิ่งนิวส์]](https://www.asiamorningnews.net/wp-content/uploads/2026/02/cropped-logo_x90.jpg)