Back To The Past – เจาะเวลาหาจิ๋นซี เดอะ มูฟวี่
ถ้าใครไม่เคยดูซีรีส์มีเท้าความในซีรีส์ให้เข้าใจง่าย ตอนแรกคิดว่าเอาเนื้อหาในซีรีส์มาทำแต่ไม่ใช่เลยเป็นเรื่องใหม่ของ เซี่ยงเส้าหลง(กู่เทียนเล่อ) ที่ผ่านไปยี่สิบปี เขาไม่ได้ข้ามเวลากลับไปเพราะตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นกับภรรยา 2 คนและลูกชายที่โตเป็นหนุ่มหล่ออย่างสงบสุข แต่แล้วจิ๋นซีโผล่ไปพร้อมทหารที่บาดเจ็บเพื่อขอให้เซี่ยงเส้าหลงช่วยเหลือจากกลุ่มคนที่ข้ามเวลาไปเพื่อจะเป็นฮ่องเต้แทน พร้อมอุปกรณ์ไฮเทคมากมายขนาดถล่มกองทัพของจิ๋นซีฮ่องเต้ที่กลับจากศึกรวบรวมรัฐได้ในพริบตา ขณะนั่งดูผ่านไป 10 นาทีก็เปิดฉากบู๊มีปืนไฮเทคยิงถล่มกองทหารจิ๋นซีที่ต้องถอยหนีและล้มตาย ซึ่งโชคดีที่นักแสดงในซีรีส์มากันครบเพียงแต่หน้าหรือรูปร่างจะเปลี่ยนไปกันตามวัยสำหรับบางคน ทว่าไม่ใช่ปัญหาเพราะเนื้อหาหนังดูสนุกมาก ด้านนักแสดงที่เล่นดีและโดดเด่นไม่ใช่กู่เทียนเล่อ แต่เป็นที่รับบทจิ๋นซี(หลินฟง) เล่นเวิร์กมาก เวิร์กและดูน่าเกรงขาม วางมาดดี ดุดันกว่าตอนเล่นซีรีส์ หนำซ้ำดูผอมลงเลยหน้าเข้มและหล่อขึ้นเยอะ ถือว่าแย้งซีนกู่เทียนเล่อไปเยอะเลย สำหรับเนื้อหาหนังต้องชมคนเขียนบทเขียนดี อีกทั้งนำความทันสมัยของเทคโนโลยีมาใส่ให้ยุคอดีตได้น่าตกตะลึง ตอนแรกก็งง เอ๊ะไปเอารถมาจากไหนก็เห็นข้ามเวลามาตัวเปล่า ที่ไหนได้พัฒนาจากมันสมองออกมาน่าทึ่งจริง ๆ อีกทั้งอวยจีนว่าผลิตแบตสำรองที่เก็บไว้ได้เป็นปีแถมพกพาง่าย เอ่อ ก็ล้ำสมัยดีแท้ในการนำเทคโนโลยีรุ่นใหม่มาผสมนำพาเรื่องราวดูมันส์และสนุกตื่นตาตื่นใจ และกู่เทียนเล่อเองก็ฟิตหุ่นดูแข็งแรงทำให้เล่นบู๊ที่เห็นหน้าก็ดูคล่องแคล่ว แถมดีไซน์ท่าบู๊ออกมาดูสมจริง ถือว่ากู่เทียนเล่อที่รับหน้าที่โปรดิวมีความตั้งใจ ใส่ใจทุกฉากรวมทั้งรายละเอียดทำให้ออกมาไม่ผิดหวังเลย ที่สำคัญ end credit ชอบ ทำจบ 2 แบบ เหมือนรู้ใจว่าอยากเห็นฉากนั้นตั้งแต่เป็นซีรีส์แล้ว ซึ่งใครไม่ไปดูถือว่าพลาดมาก ติดเต็ม *****
ราคี
หนังผีที่ช่วงแรกไม่มีผี เนื้อเรื่องเล่าเรื่องราวของแต่ละคน มีส่วนผสมในความ เซ็กซี่ โรมานซ์ แต่ที่โดดเด่น คือ “อีโรติก” มีความรุนแรงของอารมณ์แต่ละตัวละครสูง มีฉากร่วมรักกันบ้าง แต่ก็ใช้มุมกล้องช่วยไม่ให้เห็นจุดยุทธศาสตร์ นักแสดงนำทุกคนเล่นได้โดดเด่นดีมาก ไม่มีใครด้อยกว่าใคร เลย ทุกคนเล่นได้ดีเยี่ยมในบทบาทที่ได้รับ ในส่วนของบทภาพยนตร์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญก็ทำได้ดีมาก สร้างสมดุลลงตัว เรียบเรียงเรื่องราวให้ดูง่าย เข้าถึงอารมณ์ จังหวะตกใจก็ทำได้ลื่นไหลลงตัวทว่าก็แทรกมุกขำขันได้อย่างลงตัวไม่มีฝืด หรือขำเก้อ ซึ่งถือว่าเป็นหนังผีที่ผีกว่าจะโผล่มาช้าไปครึ่งเรื่องได้ ส่วนตัวให้คำจำกัดหนังเป็นแนวหนังรักครึ่งนึง หนังผีครึ่งนึง ถือว่าตั้งชื่อหนัง “ราคี” ได้เข้ากับหนังลงตัวดีแล้ว เพราะหนังเล่นกับอารมณ์ชัดเจนมากกว่าผี ในเรื่องความเด่นเป็นเรื่องของอารมณ์ของแต่ละตัวละครที่มาเต็ม และก็มีครบทุกรสชาติผสมกันอย่างลงตัว ทว่าก็มีจุดด้อยเรื่องของอารมณ์ที่มาพีค ๆ อยู่ ๆ ก็ยอมง่ายซะงั้น บางทีคนดูจิตปกติ เกือบปรับอารมณ์ตามไม่ทันเลย แต่ก็ถือได้ว่าเป็นหนังรักผสมหนังผีในเรื่องเดียวกันที่ทำออกมาดีทั้ง 2 ส่วนเลย แต่ไม่เหมาะถ้าจะนำไปทำตามอย่างเพราะมันไม่ดีสักเท่าไหร่ หากแต่เป็นหนังไทยที่น่าดูเพื่อความบันเทิง ติดให้ **** ครึ่ง
สัปเหร่อ 2
เป็นหนังภาคต่อ ที่มีกลุ่มตัวละคร และเรื่องราวต่อเนื่องจากภาคแรก เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับโลกหลังความตาย ที่ได้รับการเล่าให้ฟัง จากการฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งของ ยายจ่อย ว่าได้ไปพบเจออะไรมาบ้าง เรื่องราวภาคนี้มีความเข้มข้นเรื่องของดราม่า ความรัก ความผูกพันของแต่ละตัวละครมากขึ้น ลึกซึ้ง กินใจให้อารมณ์ร่วมมากกว่าภาคแรก ถือว่าทำบทหนังออกมาได้ดีมากทีเดียว มีเรื่องราวของกรณีตรงข้ามกัน ในท้องเรื่องเดียวกันให้ดูคู่กันไป คนนึงตายแล้วแต่ยังอยากกลับมามีชีวิต ทำสิ่งที่อยากทำให้กับตัวเอง และคนที่ตัวเองรักให้ได้มีชีวิตต่อไป หรืออีกคนนึงรอดจากความตาย แต่หมกมุ่นถึงความตาย อาลัยถึงคนที่จากไปแล้ว และอยากตายตามไปด้วย ตรงนี้ได้ให้แง่คิดในการดำเนินชีวิตหากเจอเหตุการณ์แบบในหนัง สำหรับบรรดานักแสดงทุกคนนั้นเล่นได้ดีกว่าภาคแรก โดยเฉพาะ ยายจ่อย ที่แสดงโดย บุญเทา กัญญะพิลา เล่นได้ดีมาก ๆ สร้างความอบอุ่น น่ารัก ได้อย่างยอดเยี่ยม ในเรื่องของความเด่นของภาคนี้เป็นการทำเรื่องราวกรณีตรงข้ามกันแต่อยู่ในเนื้อเรื่องเดียวกันได้ลงตัว แต่ก็มีข้อด้อยเรื่องฉากโลกหลังความตายดูพื้น ๆ ไปหน่อย ทว่าก็สอดแทรกแง่คิดเรื่องความรัก ความอบอุ่น และเปรียบเทียบ การอยากตายกับการอยากอยู่ต่อ เพื่ออยู่กับคนที่ตัวเองรัก อีกคนรอดตายแล้วพยายามกลับไปตาย เพื่ออยู่กับคนที่ตัวเองรักเช่นกัน ติดให้ ****
The Strangers Chapter 3 กระชากหน้าอำมหิต
หนังภาค 3 ของ ไตรภาค The Strangers เรื่องราวของภาคนี้ จะมีความแตกต่างจากทั้ง 2 ภาค บทของเหยื่อ และ ผู้ไล่ล่า มีความสนุก พลิกไปมามากกว่าภาคก่อน ๆ เนื้อเรื่องเรียบเรียงได้ดูง่ายกว่า 2 ภาคแรกเยอะ พร้อมได้รับการเฉลยให้เข้าใจถึงที่มาที่ไป และบทสรุปการฆ่ากันทั้งเรื่องที่ยังโหดเหี้ยมเหมือนเดิม ถือว่าเป็นภาคที่บทภาพยนตร์ทำออกมาได้ดีมากกว่าภาคก่อน ทำออกมาให้เข้าใจเรื่องราวง่ายขึ้น รวมทั้งเหตุผลในการตามฆ่าแต่ไม่เน้นเอาโหดสะใจอย่างเดียว นักแสดงหลัก ๆ ก็ยังเล่นได้ตามมาตรฐานจากภาคก่อน ด้านตัวหน้ากากผ้ามีบทบาท โดยเฉพาะ ได้เห็นหน้ามากขึ้นในภาคนี้ด้วย สำหรับภาคนี้ความเด่นอยู่ที่บทภาพยนตร์ เรียบเรียงเรื่องราวไตรภาคได้ลงตัวมากทีเดียว แต่ก็มีข้อจุดด้อยเรื่องของตัวละครหน้ากากหญิงแทบไม่มีบทบาทแล้วในภาคนี้ คนที่ดูมาแล้ว 2 ภาคอาจยังงง ควรมาดูภาคนี้เพื่อคลายข้อสงสัยทั้งหมดที่ติดค้างมานาน ติดให้ ***
Gezhi Town – เมืองนักสู้
เป็นหนังที่นำแสดงโดย เซียวจ้าน (Xiao Zhan) ซึ่งขอพูดถึงการแสดงของ เซียวจ้าน ก่อน พี่จ้านแสดงได้สมจริงและทุ่มเทมาก ในบทเป็นคนที่รักครอบครัว การแต่งกายที่เหมาะกับการเป็นชาวบ้านสมจริงทำให้ลบภาพการเป็นไอดอลไปจนหมดสิ้น ส่วนเนื้อเค้าโครงเรื่องโดยจะอิงประวัติศาสตร์จริงของกลุ่มชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องลูกหลานจากการถูกรุกรานของต่างชาติ ดูแล้วก็ทำให้คิดถึงชาวบ้านบางระจันของไทย มันก็สะท้อนได้ว่าไม่ว่าชนชาติใดในยุคก่อน เรื่องการปกป้องบ้านเมืองและคนที่รักเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่ต้องทำอย่างสุดกำลังความสามารถ โดยนักแสดงทุกคนแสดงได้สมบทบาทมากไม่มีการขโมยซีนกัน แม้พี่จ้านจะดูมอมแมมทั้งเรื่องต่างจากทุกเรื่องที่เราดูมา ทว่าบุคลิกถ่ายทอดออกมาเท่มาก แสดงว่าเสื้อผ้าไม่อาจลดถอนความเท่ของพี่จ้านได้เลย สำหรับเนื้อเรื่องแม้เป็นหนังยุคสงครามแต่ก็สอดแทรกความตลกขบขันทำให้ผ่อนคลายบ้างไม่ทำให้เกิดความเครียดจนเกินไป ถือเป็นภาพยนตร์สงครามที่ผ่านการเล่าเรื่องโดยชาวบ้านที่มีความรักชาติ สอดแทรกความตลก ดูแล้วไม่เครียด ต้องยกเครดิตให้คนเขียนบทและผู้กำกับทำออกมาพิถีพิถันทำให้หนังสงครามการต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดไม่ทำให้หนังดูเครียดหรือน่าเบื่อ ทว่าชวนให้ตื่นเต้น สนุกและลุ้นว่าทุกคนในหมู่บ้านจะเอาชีวิตรอดกันยังไง คาดว่าเรื่องนี้การแสดงและถ่ายทอดอารมณ์ของพี่จ้านจะนำพาให้คว้ารางวัลบทเวทีใดเวทีหนึ่ง ติดเต็ม *****
WUTHERING HEIGHTS
ไม่ใช่แนวหนังรักโรแมนติกแต่ปนเศร้าแบบรักสามเส้าสมัยเด็ก ผู้หญิงสองกับหนึ่งทาส เป็นนวนิยายโกธิคคลาสสิกปี 1847 โดย Emily Brontë บอกเล่าเรื่องราวความรักและความแค้นที่รุนแรงระหว่าง Heathcliff และ Catherine Earnshaw ท่ามกลางทุ่งหญ้า Yorkshire วรรณกรรมชิ้นนี้โดดเด่นด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่หนักหน่วงและการสำรวจด้านมืดของมนุษย์ ตีความรู้สึกคลั่งรักของฮีธคลิฟฟ์(เจคอบ อีลอร์ดี) ที่รัก แคธี(มาร์โกต์ ร็อบบี้) ที่ต่างแสดงความรัก คลั่งไคล้แบบเก็บกลั้นความรู้สึกที่ไม่ทันได้บอกรักกันออกมาดีทั้งสีหน้า อารมณ์ และท่าทาง คำพูดที่สารภาพกันก็ชัดเจน นอกจากนี้นักแสดงทั้งรุ่นเล็กก็เล่นดีสื่อถึงความรู้สึกรักในวัยเยาว์จนมาถึงตอนโต สามเส้า สมัยเด็ก ผู้หญิงสองกับหนึ่งทาส เรื่องของเสื้อผ้า หน้าผม วิวสวย บรรยากาศโทนหน้าทำออกมาให้เชื่อว่าอยู่ยุคสมัยนั้นจริง ๆ หนังถ่ายทอดภาพออกมาทั้งโรมานซ์ผสมอีโรติกในเชิงศิลปะงดงาม แต่ที่เซอร์ไพรส์พระเอกตอนโทรมก็แฝงความหล่อแล้ว แต่กลางเรื่องกลับมาหล่อมาก อย่างหล่อ จริง ๆ เนื้อหาหนังเหมือนสุภาษิตเรา “รักแท้แพ้ใกล้ชิด” เพราะพวกเขาสามคนโตมาด้วยกันเพียงแต่ต่างฐานะกัน เรื่องเกิดจากความอิจฉาริษยาของผู้หญิงที่เคยมีนางเอกเป็นเพื่อนเล่นมาตลอดแต่พอพระเอกเข้ามาเลยถูกแย่งความใกล้ชิดไปจนหมด เขาถึงบอกความอิจฉาของผู้หญิงนั้นน่ากลัวและทำลายแม้มิตรภาพดี ๆ ให้ย่อยยับได้เลยนะ ฉากที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ พระเอกนางเอกสื่ออารมณ์ด้านตัณหา ราคะที่เก็บกดได้ดี เห็นถึงความเร่าร้อนที่ซ่อนในตัวพวกเขา กระทั่งเมื่อถึงวันที่ตัณหา ราคะได้รับการปลดปล่อยก็ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาเคมีลงตัว ออกแนวศิลปะสวยงามชั้นสูง แต่ก็จบลงด้วยโศกนาฏกรรม เหมือนหนัง โรมิโอจูเลียต (ความรักเข้าใจผิด)ผสมไททานิค(ความรักที่ต่างชนชั้น) จบแบบความรักไม่ลงเอย เป็นหนังออกแนวซีเรียส แต่สร้างถึง สร้างถึงดี ติดเต็ม *****
![Asia Morning News [เอเชียมอร์นิ่งนิวส์]](https://www.asiamorningnews.net/wp-content/uploads/2026/02/cropped-logo_x90.jpg)