สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดผลสำรวจและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ประจำปี 2568 พบอุตสาหกรรมมีมูลค่ารวม 53,417 ล้านบาท เติบโต 6% จากปีก่อน โดยอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ขยายตัวสูงสุดถึง 31% ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ขณะที่อุตสาหกรรมเกมเติบโต 3% สะท้อนศักยภาพของตลาดที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มูลค่าการบริโภคส่วนใหญ่ยังเป็นคอนเทนต์จากต่างประเทศ ทำให้ depa ชี้โจทย์สำคัญคือการเร่งสร้าง IP ไทย และเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ตกถึงมือผู้ประกอบการไทย
depa ร่วมกับสมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) สมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ (Bangkok ACM SIGGRAPH) ผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรม และบริษัท ไอเอ็มซี เอ้าท์ซอร์สซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด จัดทำผลสำรวจข้อมูลอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ครอบคลุม 5 สาขา ได้แก่ เกม แอนิเมชัน คาแรกเตอร์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และอีสปอร์ต พร้อมประเมินแนวโน้มการเติบโตในช่วง 3 ปีข้างหน้า

ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ depa กล่าวว่า ปี 2568 อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยมีมูลค่ารวม 53,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปี 2567 ขณะที่จำนวนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นจาก 277 ราย เป็น 323 ราย สะท้อนทั้งการขยายฐานการสำรวจและการมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของอุตสาหกรรม

ในภาพรวม อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีระหว่างปี 2562-2568 อยู่ที่ 9% ขณะที่แนวโน้มในอีก 3 ปีข้างหน้ายังคงเติบโต โดยคาดว่าจะมีมูลค่า 57,513 ล้านบาทในปี 2569, 60,187 ล้านบาทในปี 2570 และ 63,168 ล้านบาทในปี 2571 หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 6% ต่อปี สะท้อนการเข้าสู่ช่วงการเติบโตที่มีเสถียรภาพมากขึ้น หลังแรงส่งจากพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงโควิด-19 เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่ การขยายตัวของการบริโภคดิจิทัลคอนเทนต์ในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ที่เติบโตโดดเด่นและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากกระแสอาร์ตทอย สินค้าลิขสิทธิ์ และการออกแบบสินค้าที่ตอบโจทย์ตลาดไทย ขณะที่อุตสาหกรรมเกมได้รับแรงหนุนจากตลาดเกมพีซี การกลับมาของงานรับจ้างผลิต ตลอดจนกิจกรรมและเวทีธุรกิจระดับภูมิภาคที่ไทยเป็นเจ้าภาพ รวมถึงมาตรการภาครัฐที่อยู่ระหว่างการผลักดัน

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดโดยรวมจะเติบโต แต่ สัดส่วนมูลค่าที่ตกถึงผู้ประกอบการไทยยังอยู่ในระดับจำกัด โดยปี 2568 มูลค่าการบริโภคดิจิทัลคอนเทนต์อยู่ที่ 50,988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% แต่เป็นมูลค่าการนำเข้าถึง 41,735 ล้านบาท หรือคิดเป็น 78% ของมูลค่าอุตสาหกรรม ขณะที่มูลค่าการผลิตของผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ 11,682 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 3% และมูลค่าการส่งออกลดลง 22% เหลือ 2,429 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดไทยยังเติบโต แต่เม็ดเงินส่วนใหญ่ยังไหลออกไปยังเจ้าของคอนเทนต์ในต่างประเทศ ทำให้โจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงการขยายตลาด แต่คือการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยในการสร้างและเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของตนเอง ตลอดจนผลักดันกลไกที่ช่วยให้ผู้ให้บริการและแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้ามาจดทะเบียนและสร้างรายได้ในประเทศไทยมากขึ้น

อีกประเด็นที่ต้องติดตามคือการเติบโตของอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ที่ยังพึ่งพากำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะสินค้าอาร์ตทอยและสินค้าลิขสิทธิ์ที่มีช่องทางจำหน่ายในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ดังนั้น การสร้างฐานผู้บริโภคภายในประเทศและพัฒนา IP ไทยให้สามารถทำตลาดได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้านบุคลากร ปี 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 8,403 คน เพิ่มขึ้น 9% แบ่งเป็นบุคลากรสายเทคนิค 4,756 คน และสายสนับสนุน 3,647 คน โดยบุคลากรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่กระจุกตัวในอุตสาหกรรมเกมและคาแรกเตอร์ โดยเฉพาะตำแหน่งด้านการตลาดและเชิงพาณิชย์ ขณะที่บุคลากรในอุตสาหกรรมแอนิเมชันและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ลดลงสาขาละ 2%

ทั้งนี้ depa มองว่า การยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยในระยะต่อไป จำเป็นต้องมุ่งจาก “ผู้ผลิตคอนเทนต์” สู่ “เจ้าของ IP” เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลงานของตนเอง ขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศ และเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทย อันจะนำไปสู่การยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของภูมิภาค
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://depa.or.th/th/article-view/20260903_01

![Asia Morning News [เอเชียมอร์นิ่งนิวส์]](https://www.asiamorningnews.net/wp-content/uploads/2026/02/cropped-logo_x90.jpg)