กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ชูความสำเร็จการบังคับใช้กฎหมายอุ้มบุญ สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษครบทั้งขบวนการ พร้อมเดินหน้ายกร่างกฎหมายอุ้มบุญ ฉบับ 2 เพิ่มอัตราโทษผู้กระทำผิด หยุดการกระทำผิดจากทั้งชาวไทย และกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ

ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2566 จนถึงปัจจุบัน กรม สบส. พบข้อมูลการดำเนินคดีกับแพทย์ ในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มบุญ หรือค้ามนุษย์ มากกว่า 100 ครั้ง ซึ่งล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ก็ได้มีคำพิพากษา กรณี ความผิดฐานมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ,การให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า นำเข้าหรือส่งออกซึ่งไข่ตัวอ่อนอสุจิและไข่มนุษย์ โดยกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติและแพทย์ชาวไทยรวมอยู่ในขบวนการด้วย ซึ่งสูตินารีแพทย์ที่ร่วมกระทำผิดในคดีนี้ ต่างได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 10-15 ปี ถือเป็นความสำเร็จในการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 ของกรม สบส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการบูรณาการความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ในการดูแล ตรวจสอบ และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย โดยคดีอาญาข้างต้นถือเป็นเคสแรกที่มีคำพิพากษาลงโทษแพทย์ที่มีส่วนร่วม แสดงให้เห็นว่าผู้ใดก็ตามหากมีส่วนร่วมกับการกระทำผิดไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนใดจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายโดยไม่มีการละเว้น โดยในขั้นต่อไปในการยกระดับศักยภาพการคุ้มครองผู้บริโภค และมาตรฐานบริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ กรม สบส. จะเร่งดำเนินการยก (ร่าง) พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. … ซึ่งจะมีการเพิ่มอัตราโทษจากการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ รวมถึง การเอาผิดผู้ที่ทำให้เกิดการอุ้มบุญนอกประเทศ จะต้องรับโทษตามกฎหมายฉบับนี้ เพื่อป้องปรามการกระทำผิดจากทั้งชาวไทย และกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ และสร้างเชื่อมั่นแก่คู่สมรสทุกคู่ในการรับบริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ของไทย
![Asia Morning News [เอเชียมอร์นิ่งนิวส์]](https://www.asiamorningnews.net/wp-content/uploads/2026/02/cropped-logo_x90.jpg)