SUPERGRIL
ช่วงนี้ขาดหนังซูเปอร์ฮีโร่มาได้ถูกจังหวะเหมาะก็เลยหายอยาก และ SUPERGRIL เวอร์ชัน DC นี้ พร้อมการตีความใหม่ ก็ดีนะไม่ซ้ำซากจำเจดี ไม่งั้นเอะอะอะไรก็สู้กับเหล่าร้าย ๆ อันนี้SUPERGRIL มาแนว Bad Gril และเป็นตัวของตัวเองดี ส่วนหน้าตาก็ไม่ได้สวยนะ เน้าเอาเซ่อ ๆ แต่มาดูดีตอนท้าย คือเนื้อหาเอาดูสนุก แล้วปูเรื่องจะไปแท็กทีมกับ SUPERMAN ตั้งแต่ดูมา SUPERGRIL ไปโผล่ที่โน่นที่นี่และทำเป็นซีรีส์ เท่าที่ผ่านตาเพิ่งเห็น SUPERGRIL เป็นหนังก็ครั้งนี้ และตีโจทย์ใหม่ก็ดีไม่เหมือนกับพี่ชายที่เหาะมาพร้อมกันแล้วโตในเมือง คือมาจากดาวเดียวกันกับพี่ชายแต่น้องไม่อินกับการอยากใช้พลัง แล้วใช้ชีวิตธรรมดา ทว่าก็มีสาเหตุให้ต้องใช้พลังอยู่ดีซึ่งก็สมเหตุผล ไม่รู้ผู้กำกับไปติดใจอะไรกับ John Wick หรือเปล่ามาแนวฆ่าหมากู ถือว่าเนื้อเรื่องสนุก บู๊ตัวนางเอกก็ออกท่าทางดูเนีนยนตากับฉากบู๊สมกับที่ไปฝึกสตันท์มา แต่ที่โผล่มาเอาฮาและขโมยซีนแถมเรียกเสียงตบมือในโรงก็คือ เจสัน โมโมอา พักหลัง ๆ พี่โมโมอาจะชอบโผล่มาในหนังแบบนี้นะ ตอนแรกคิดว่าโมโมอาจะมาเป็นตัวร้ายแต่มาเป็นตัวชูโรงและขโมยซีนแม้หุ่นจะอ้วนตัน มาแบบหลุดโลกทั้งนั้นเลย แล้วการตีโจทย์ SUPERGRIL เหมาะกับยุคนี้เพราะคนชอบแบบนี้มันก็ต้องตีโจทย์แบบนี้ ถ้าให้มาสร้างซูเปอร์ฮีโร่สู้ผู้ร้าย แล้วเราก็เดาทางถูกมันไม่ตาย เหมือน SUPERMANสร้างมากี่เรื่องดูก็ต้องเอาแค่มันส์! แล้วจะดูเอาอะไรมันเป็นพระเอก แล้วก็รู้อยู่มันไม่ตาย ก็เหมือน BATMAN เล่นยังไงก็ไม่ตาย มึงพระเอกมึงไม่ตายนี่หว่า ก็แค่ได้ลุ้น ได้ดูความมันส์ ความสนุก หลังจากนี้ก็ไม่รู้จะมีแนวจับคู่กับ SUPERMAN มั้ย? แต่ถ้าจับคู่เดี๋ยวก็มาแย้งซีนกันอีกแล้วตัวร้ายจะต้องเก่งขนาดไหนเนี่ยซิ เจอ SUPERMAN คนเดียวก็แทบแย่เจอ SUPERGRIL เข้าไปอีก และยังมีหมาซูเปอร์เข้าไปอีก ตัวร้ายมันต้องเก่งขนาดไหนล่ะเนี่ย เหมือนปูทางเอาไปร่วม DC หรือเปล่าก็ต้องรอดูกันไป แต่สำหรับเรื่อง SUPERGRIL ก็สนุกดี เต็มห้าดาว ติดให้ ****
ร่วมสนุกกัน! คำถามจากภาพยนตร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์เรื่อง “SUPERGRIL” : คำถามมีอยู่ว่า ผู้กำกับ – คนเขียนบท และผู้รับบท SUPERGRIL คือใครกันบ้าง?
ทราบคำตอบ เขียนชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทร ลงในไปรษณียบัตรให้ชัดเจน ส่งมาที่คอลัมน์ หนังดีติดดาว 32/15 ซอย ลาดพร้าว 23 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 (ขอบคุณ วอร์เนอร์ บราเดอร์ส สนับสนุนของรางวัล 4 รางวัล)
ของแขก 2
เป็นหนังผี อิสลาม ที่ทำมาเป็นภาคที่ 2 โดยครั้งนี้กล่าวถึง ญิน ที่เป็นปีศาจหลักของเรื่อง ซึ่งหนังทำออกมาได้น่ากลัวมากขึ้นกว่าภาคแรกพอสมควร ทั้งการแสดงพลังอำนาจ ความเหี้ยม อำมหิต รุนแรง กระชากใจได้มากทีเดียว สำหรับบรรยากาศของเรื่องราวใช้สถานที่เทือกเขาบูโดที่มี ตำนานเล่าขานมาเป็นฉากหลักของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ทำออกมาได้น่ากลัวมากแบบลงตัวกับ ป่าเขาธรรมชาติ ในส่วนของนักแสดงทุกคนเล่นได้ดี ตัวละครชายทุกคนรวมถึงนักแสดงนำชายจะให้ความรู้สึกกลัวไม่มาก แต่พอเป็นเหล่านักแสดงนำหญิง 3 คนนั้น แต่ละคนถ่ายทอดอารมณ์ สีหน้า ท่าทางออกมาได้ดีมาก ๆ สื่อถึงความน่ากลัว อารมณ์ แววตา สีหน้าได้ถึงขีดสุด ทำให้รู้สึกกลัวตามไปด้วยจริง ๆ เรียกได้ว่านักแสดงหญิงทั้ง 3 คนรับหน้าที่ถ่ายทอดบทบาทที่ได้รับกันออกมาแทบจะสมบูรณ์แบบ ด้านพิธีกรรมต่าง ๆ ในเรื่องไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่นัก เพราะดูเรียบง่ายไม่มีอะไรมาก แต่เนื้อเรื่องมีการตัดช่วงเวลาไปมาบ่อยครั้งต้องตั้งใจดูเพื่อเข้าใจเหตุการณ์ ก็ถือว่าบทภาพยนตร์นั้นสามารถนำเอาแต่มุมของเรื่องราวมาเรียบเรียง ปะติปะต่อเข้าด้วยกันทำให้เนื้อหากลมกล่อมลงตัวได้ดีเลย แต่ถ้าไม่เอ่ยถึงการปรากฏตัวของ ญิน รวมถึงตอนเข้าสงนั้นไม่ได้เพราะเป็นหัวใจเรื่อง ภาพที่ออกมาทำได้สวยปนน่ากลัวไม่ขัดตา ถือเป็นหนังผีที่ผสมผสานความเชื่อเข้ากับธรรมชาติได้ลงตัวและน่ากลัวมาก แต่ที่หนังไปได้สุดต้องชื่นชมการถ่ายทอดความน่ากลัวของ 3 นักแสดงนำหญิงที่ทำได้แบบสุดยอด แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องการนำพื้นที่ท่องเที่ยวจริงมาทำให้น่ากลัว อาจจะส่งผลให้บางคนไม่กล้าไปเที่ยวได้ เต็มห้าดาว ติดให้ ****
รักร้ายกลายร่าง LEVITICUS
หลังจากปิดข่าวก็ตั้งใจและอยากดูเรื่อง “รักร้ายกลายร่าง LEVITICUS” เพราะอยากรู้ว่าผู้กำกับที่เขียนบทด้วยจะทำหนัง LGBTQ+ แหวกแนวแค่ไหน จากที่เปิดเรื่องไม่ถึงสามนาทีก็เลือดสาดเพียงแต่ยังซ่อนสัตว์ประหลาดไว้มาโผล่กลางเรื่อง ซึ่งนักแสดงคนแรกที่เปิดเรื่องนั้นเอาอยู่คือให้อยากตามค้นหาคำตอบว่าสัตว์ประหลาดมันหน้าตายังไง จากนั้นก็ดำเนินเรื่องในเมืองหนึ่งในชนบทที่ใช้มือถือแล้วแถมสัญญาณก็ดี โดยหนังจะเป็นเรื่องความรักของ LGBTQ+ ทั้งยูริและวายที่สังคมและครอบครัวไม่ยอมรับกลับหาว่าถูกปีศาจเข้าสิง จึงตามบาทหลวงมาไล่ผี แต่มันกลายเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงบานปลายคือ ดันปลุกสัตว์ประหลาดในร่างจำแลงให้ออกมาอาละวาดเอาชีวิตคนที่มันปรารถนาเช่นกัน หนังเผยให้เห็นด้านมืดเรื่องความอิจฉา หึงหวงที่เนมมีต่อไรอันที่จูบกับฮันเตอร์จึงไปฟ้องครอบครัวของทั้งสองและเป็นเหตุให้พวกเขาถูกบาทหลวงขับไล่ปีศาจที่เป็นความเชื่อกันมานาน เนื้อเรื่องบอกเล่าความรักชาว LGBTQ+ ทั้งยูริและวายซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของครอบครัวและสังคมทำให้มองว่าลูก ๆ มีความรักผิดเพศหรือมีปีศาจเข้าสิงครอบงำจิตใจ เป็นหนังเสียดสีด้วยแหละ แต่ก็ชื่นชมนักแสดงที่รับบท ไรอัน(พระเอก) และรับบท เนม(นายเอก) ทั้งสองสื่ออารมณ์ออกมาตอนเป็นแฟนกันก็น่ารัก กร้าวใจเหมาะกับสายวายของแท้ แถมหน้าตาทั้งคู่ก็น่ารักถือว่าดึงดูดสาววายได้ส่วนหนึ่งผสมกับการแสดงที่เอาอยู่ของพวกเขาและฮันเตอร์ก็ด้วย นักแสดงวัยรุ่นกล้าแสดงและสื่อความรักออกมาตามผู้กำกับนำเสนอในแบบจูบกันมากสุด ส่วนพวกผู้ใหญ่หัวโบราณก็แสดงได้ดีในบทพ่อแม่ บาทหลวงไม่ได้โดดเด่นเกินพระเอกกับนายเอก แล้วไรอันที่ต้องโชว์สกิลแสดง 2 บุคลิก ช่วงถ่ายทอดหรือแสดงความรักหรือโกรธเมื่อรู้ว่าเนมเอาเรื่องของเขากับฮันเตอร์ไปฟ้องพ่อแม่ก็แสดงสีหน้า คำพูดจุกใจเหลือเกิน หรือสวมบทสัตว์ประหลาดก็หน้านิ่ง ตาแข็ง ฆ่าโหดแต่หลัง ๆ สัตว์ประหลาดร่างจำแลงมันฉลาดหลอกเนมซะอยู่จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด หนังมีให้ลุ้นว่าสัตว์ประหลาดจะตายยังไง แถมไรอันตัวจริงจะรอดอย่างเนมมั้ย เพราะลุ้นตอนนายเอกโทร.หาไรอันแต่ไม่ติด ซึ่งบทสรุปเรื่องก็อย่างที่ทุกคนดู แต่ฉากจบที่รอลุ้นพายิ้มออกพร้อมปรบมือดังแต่ไม่บอกหรอกว่าจบยังไง คือหนังเน้นขายฝีมือการแสดง เนื้อเรื่อง เสียดสีสังคมที่ยังไม่ยอมรับความรักผิดเพศซึ่งมันยังมีในยุคสองพัน แค่หนังไม่มีโชว์เอฟเฟกต์เน้นขายเนื้อเรื่อง ขายฝีมือการแสดงและเน้นความรักแรงแบบเอาชีวิตของสัตว์ประหลาด เต็มห้าดาว ติดให้ ***
The Death of Robin Hood – โรบินฮู้ด บันทึกสุดท้ายของจอมโจร
หลังจากดูโรบินฮู้ด ที่นำแสดงโดย พี่ฮิวจ์ แจ็คแมน พระเอกที่ชอบผลงานมาตลอด เตือนก่อนว่าให้ลบภาพจำของหนังโรบินฮู้ดทั้งหมดที่เคยดูเลย เขาก็เกริ่นแล้วว่าตีความใหม่ มันตีความคนละแบบโดยอ้างชื่อจอมโจรโรบินฮู้ดเท่านั้น แล้วเหมือนดูหนังพระเยซูแนวบัญญัติ 10 ประการที่แฝงความเชื่อศรัทธาพระเจ้าและล้างบาป ที่เคยจำได้โรบินฮู้ดเป็นโจรดี แต่อันนี้โรบินฮู้ดออกแนวดาร์กด้านมืด มันออกโหด ฉากสู้กันประมาณเกือบ 5 – 10 นาที ฉากบู๊ดูดีแต่มันออกดิบ ๆ เถื่อน ๆ เลยนะ สู้กันด้วยธนู มีด ขวานตามแนวของหนัง ฉากที่เฉือดคอออกซาดิสม์จนต้องเมินหน้าหนีเลย ดูแล้วอัยยะ! ทว่าเสียงซาวด์ฉากต่อสู้ถึงใจเหมือนจริงมาก แต่เนื้อหาของเรื่องไม่รีบร้อน เขาจะไปเนิบ ๆ ใช้ซีนอารมณ์ ซึ่งทั้งเรื่องเฮียฮิวจ์หาความหล่อไม่เจอ เขาตีความว่าโรบินฮู้ดไม่ได้เป็นพระเอกจ๋า ถ้าคิดแล้วโรบินฮู้ดเทียบจอห์น วิค (John Wick) คือฆ่าคนไม่คิดมาก อย่างจอห์น วิคฆ่าคนตามใบสั่ง ของโรบินฮู้ดฆ่าแบบไม่ยั่งคิด คือถ้าเขาคิดว่าไอ้คนนี้ไม่ดีเป็นอริเขาฆ่าหมด ก็น่าจะติดเรตโหดอยู่นะ เพราะเริ่มเรื่องมาเฮียฮิวจ์ไม่ได้ฆ่าธรรมดาด้วย ฆ่าเด็กผู้หญิงอีกต่างหาก (หัวเราะ) แต่…แต่มันมีเหตุผลที่ต้องฆ่าต้องไปดูเอาคำตอบเอง มันเป็นเรื่องที่สรุปได้ว่าคุณเข้ามาอยู่ในวงการคุณฆ่าเขา ครอบครัวเขาก็ตามฆ่าคุณ พล็อตเรื่องจริง ๆ มีแค่นี้ The Death of Robin Hood เป็นการตีโจทย์ของเขาว่า โรบินฮู้ดฆ่าคนเขาก็มาตามฆ่าคุณ แต่ไอ้คนที่มาตามฆ่ามันก็ไม่ได้เก่งเหมือนโรบินฮู้ด ทว่าเริ่มเรื่องโรบินฮู้ดก็มีสภาพสะบักสะบอมพอสมควรเลยเหมือนดูหนังเรื่อง โลแกน (Logan) เหมือนเอาโลแกนมาทำย้อนยุคแค่นั้นเอง แถมเฮียฮิวจ์มาแบบโทรม สะบักสะบอมทั้งเรื่องแบบโลแกน ซึ่งสู้ก็เจียนตาย ๆ แต่ก็รอดทุกครั้ง ต้องไปดู ๆ แค่ลบภาพจำโรบินฮู้ดที่เคยดูเท่านั้น เรื่องจะออกแนวชีวิต ปรัชญาชีวิตที่เตือนว่าถึงที่สุดแล้วทุกคนก็ต้องตายและคุณฆ่าเขา ๆ ก็มาตามฆ่าคุณ พร้อมกับให้คิดว่ามันจะไปยังไงต่อกับการตีโจทย์ใหม่ที่เดาต่อไม่ได้ว่า เฮียฮิวจ์ในบทโรบินฮู้ดจะเป็นยังไง เพราะไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ถือว่าสนุก ๆ ตัวละครไม่กี่ตัว ดูซีนอารมณ์เฮียฮิวจ์ ดูแล้วก็หดหู่เหมือนดูโลแกน (Logan) จริง ๆ อยากดูพี่ฮิวจ์เท่ ๆ เรื่องนี้เขาขายฝีมือไม่ขายหล่อ และขอชมเอฟเฟกต์เสียงฉากต่อสู้ฟังแล้วโหดมากแต่ก็สะใจดีกับการตีโจทย์ได้ประหลาดดี เต็มห้าดาว ติดให้ **** ครึ่ง
HUNGRY มันเด้งขึ้นมาแดก
มันก็มาสไตล์หนังปลาฉลาม จระเข้ แต่เปลี่ยนเป็น “ฮิปโปโปเตมัส” ก็สนุก ตื่นเต้น เร้าใจในระดับหนึ่ง ถือว่าพล็อตไม่ได้แปลกใหม่ ฉากเล่นกับหลุมน้ำ แอ่งน้ำ ตกลงไปก็จะลุ้นว่ารอดไม่รอด มุขเก่าหมดเลย แค่ลุ้นระทึกและดูความดุร้ายของฮิปโปโปเตมัสซึ่งเป็นสัตว์หวงถิ่น แค่แปลกตรงไม่เคยมีหนังฮิปโปโปเตมัสทำออกมา แต่ทำตัวฮิปโปดูน่ากลัวดีใช้ได้ และดูดุร้าย ซึ่งดำเนินเรื่องดีว่าฮิปโปมันดุร้ายเพราะอะไร อันนี้ไม่ใช่มีสารเคมีทำให้มันดุร้ายแค่มันหวงถิ่นที่อยู่แล้วพวกคุณไปล้ำพื้นที่มัน โดยซ่อนตัวฮิปโปโปเตมัสให้มาโผล่ได้อย่างน่ากลัว ได้เห็นความใหญ่โตที่สามารถจัดการกับจระเข้ตัวใหญ่ที่สุดในหนองน้ำได้ เนื้อเรื่องยังสอดแทรกแง่คิดยามเจอเหตุการณ์อันตรายคนเห็นแก่ตัวจะเอาตัวเองรอดโดยไม่สนคนอื่นจะตาย อีกทั้งยังเหมือนว่ากลาย ๆ พวกที่ชอบร่องเรือลำเล็กที่ไม่มีความปลอดภัยสักนิดไปดูสัตว์อันตรายอย่างจระเข้มันสนุกน่าดูกว่าเอาชีวิตพวกคุณไปเสี่ยงตรงไหน หนำซ้ำมือถือก็ไม่มีสัญญาณเหมือนทุกเรื่อง ยังหันไปถามคนไปดูด้วยกันว่าอยากไปดูจระเข้ที่ตัวใหญ่ไหม คนข้าง ๆ ส่ายหัวเพราะมันอันตรายเกินไป แค่ดูจระเข้ในสวนสัตว์ยังคิดเล่น ๆ ถ้าเกิดรั้วพังหรือสะพานพังขณะเดินข้ามบ่อก็หวาดเสียวแล้ว แต่ในหนังเรือก็เล็กแถมคนนั่งเต็มเรือเพื่อไปดูจระเข้แล้วถ้ามันกระโจนเรือก็คว่ำอยู่ดีไม่ต้องถึงมือฮิปโปโปเตมัสหรอก แก่นของเรื่องด่าคนมีเงินใช้เงินฟาดหัวเพื่อสั่งไกด์พาออกนอกเส้นทางทำให้เกิดเรื่องร้ายนั้น ตอนแรกนึกว่าวัยรุ่นหัวดื้อแต่ไม่ใช่เป็นเรื่องของการติดสินบนใช้เงินฟาดหัวสนองความต้องการของตัวเอง แต่สุดท้ายก็ตายได้สะใจ คือเชียร์ว่าเมื่อไหร่นางจะตายซะที แต่เหมือนอ้างประวัติศาสตร์จากเรื่องจริงว่ารัฐเนี่ยเลี้ยงฮิปโปโปเตมัสไว้กินเนื้อแทนเนื้อวัว แต่ปรากฏทำฟาร์มแล้วไม่ประสบความสำเร็จทว่ายังเหลือรอดอยู่ 2 ตัว และว่าแดกเรื่องผักตบชวาดีไม่มาผักตบประเทศไทยแต่เป็นผักตบญี่ปุ่นที่กลายเป็นวัชพืชซึ่งทำลายไม่หมดตกค้างในรัฐเขาและทำให้ระบบนิเวศเสีย เป็นเรื่องที่สอดแทรกเข้ามา แต่พล็อตไม่แปลกใหม่แค่ดูเอาตื่นเต้นตกใจ เต็มห้าดาว ติดให้ **
COLONY ยึด ร่าง คลั่ง
โอ้! เป็นหนังที่ดีมาก เห็นทีเซอร์รู้แล้วว่าพล็อตเรื่องคือ ซอมบี้ แต่ไม่นึกว่าเกาหลีมันจะไปได้อีกสเต็ปแล้ว ก็ยังสงสัยเรื่องซอมบี้เพราะเรื่องมันเกร่อแล้ว อย่าง Train to Busan (ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง)แล้วก็หนังฝรั่งซอมบี้ กะว่ามาหนังซอมบี้คล้าย Train to Busan ดูสิจะพล็อตไหน แต่ปรากฏว่าอึ้งมาก คือไม่น่าเชื่อ แต่ต้องยอมผู้เขียนบทและผู้กำกับของเกาหลีคิดได้ยังไง คิดพล็อตซอมบี้หลุดโลกไปอีก ตอนนี้ก็กลายเป็นคนจะทำซอมบี้ต้องเอาหนังเรื่องนี้เป็นตัวอ้างอิงใหม่อีก มันมาสเต็ปซอมบี้ใหม่ได้สุดยอด มันก็เป็นซอมบี้ติดเชื้อเหมือนเดิม แต่ต้องชมสตันท์แมนซอมบี้เก่งมาก ไม่ได้ใช้กราฟฟิก ไม่ได้ใช้เอฟเฟกต์แต่อาศัยใช้สตันท์เล่น ท่าบิดตัว โห…มันดูโหดกว่าที่เห็น ๆ ในหนังซอมบี้ที่เคยดูมาเลย ยกให้สตันท์เก่ง แต่งหน้าซอมบี้ดี แต่ชอบตรงตัวซอมบี้ไม่วิ่งมั่วเหมือนเมื่อก่อน ไม่ใช่เอะอะพอกัดแล้วก็วิ่ง แต่มีสเต็ปกัดคุณก็ติดเชื้อครั้งแรก แถมมีสเต็ป 2 สเต็ป 3 และมีเหนือตรงมีเชื้อส่งสารถึงกันได้ ซึ่งเรื่องไม่ใช่มั่ว ๆ นะ อ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์ว่า เชื่อมต่อกันทางประสาทสัมผัส อย่างคนก็ใช้พูด ส่งสารพิมพ์ข้อความ อย่างสัตว์พวกมดมันก็สื่อสารกันได้โดยใช้สารหลั่ง มันก็ไปอ้างอิงเกี่ยวกับมดซึ่งอ้างอิงที่ดี ปูพื้นเรื่องดีเชื่อมโยงเรื่องดี สนุกมาก ฉากบู๊ ดาราทุกคนเล่นดี ลุ้นด้วยความสนุกตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบเรื่อง ลุ้นสนุกมาก และผสมกลิ่นอายของหนังเรื่อง World War Z ที่แบรด พิตต์เล่น ทำเป็นว่าใช้กลิ่นอันนี้มาพรางตัว ถ้าตัวติดเชื้อหลักเดินผ่านซอมบี้ลูกน้องได้สบายอันนี้คล้ายมุขของแบรด พิตต์ใน World War Z แต่มันก็แตกยอดตรงว่า ไอ้พวกนี้มีวิวัฒนาการส่งสารติดต่อกัน ไม่ใช่ว่าเป็นซอมบี้จะโง่ ๆ ตลอด เรื่องนี้แบบซอมบี้มีอัปข้อมูลด้วยว่าตัวนี้รู้ตัวอื่นรู้ด้วย ทำให้เรื่องมันเลยตื่นเต้น ลุ้นระทึกดี ลุ้นว่าถ้าไอ้ตัวนี้รู้อีกตัวก็รู้เว้ยแล้วมึงจะรอดได้ยังไงวะ มันทำให้เรื่องมันซับซ้อนและยากขึ้นไปอีก ถือเป็นอีกสเต็ปของซอมบี้ สร้างได้ดีมาก สนุกมาก ดาราเล่นดีลุ้นตลอด เอาไปเลย เต็ม *****
THE FURIOUS คนเดือดระห่ำ
แนวหนังบู๊จีนสุดมันส์ที่ยกกองมาถ่ายทำที่เมืองไทย ตึกเก่าใจกลางบางรักเลย มีนักแสดงไทยเข้าร่วมบทบาทด้วย 4 คน อาทิ จีจ้า ญาณิน ที่ดูเหมือนจะได้บทที่ไม่โดดเด่นเท่าไหร่นักในเนื้อเรื่อง ส่วนอีก 3 คน อย่าง โดนัท มนัสนันท์, ปู สหจักร และ ต๊อบ สหัสชัย ที่จะได้รับบทที่มีบทบาทชัดเจนมากกว่า สำหรับเนื้อเรื่องสะท้อนถึงปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในสังคมไทยเรื่องของการลักพาตัวคนจีน การทำงานของข้าราชการไทยได้นำมาสร้างเป็นบทภาพยนตร์ซึ่งถ่ายทอดออกมาให้ดูสนุก บู๊ มันส์เกือบจะ 90% ของเรื่องเลย ซึ่งน่าจะเป็นหนังที่มีฉากต่อสู้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาหรือดูมาเรื่องนึง โดยมีการเดินเรื่องที่สนุก สลับกันต่อสู้ได้ลงตัว ไม่ถึงกับเทบทการต่อสู้ไปที่คู่ใดคู่หนึ่ง ยาวนานมากเกินไป ถือว่าเขียนบทกระชับรวมถึงการเดินเรื่องได้สนุก แล้วที่คิดว่าน่าจะจบก็ยังมีไม่จบด้วย และนักแสดงทุกคนเล่นได้ดีมาก ตามบทบาทที่ได้รับทุกคน แต่ที่เด่นหรือไม่เด่นนั้นก็จะเป็นเพราะบทของตัวละครที่ได้รับมา สำหรับความเด่นของหนังคือ ฉากบู๊ต่อเนื่องยาวนาน 90% ซึ่งเป็นการเน้นขายของหนังเลย หากแต่ความด้อยก็มีส่วนของนักแสดงบางคนที่มากฝีมือ แต่ก็ได้บทน้อยไปหน่อยเทียบกับฝีมือที่มี ทว่าก็ไม่ทำให้หนังขาดอรรถรส เพราะความโดดเด่นของเรื่องอยู่ที่ฉากบู๊ยาวนาน และมันส์สะใจ สนุกตื่นเต้นตลอดเวลาขณะนั่งดูก็ไม่รู้สึกเบื่อหรือเอียน เต็มห้าดาว ติดให้ **** ครึ่ง
![Asia Morning News [เอเชียมอร์นิ่งนิวส์]](https://www.asiamorningnews.net/wp-content/uploads/2026/02/cropped-logo_x90.jpg)