สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) จัดการประชุมสมาชิกประจำเดือน ในวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 – 12.00 น. โดยมีนายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมฯ เป็นประธานการประชุม ณ ห้องบุษราคัมบอลรูม ชั้น 2 โรงแรม Grand Mercure Bangkok Atrium ถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ



การประชุมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก น.ส.ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สถานการณ์การท่องเที่ยวตลาดเอเชียแปซิฟิก” เพื่ออัปเดตทิศทางและแนวโน้มการท่องเที่ยวในภูมิภาคแก่สมาชิกและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย




น.ส.ภัทรอนงค์ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่กระทบภาคท่องเที่ยวขณะนี้ คือราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อต้นทุนสายการบิน โดยเฉพาะเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากเมืองรองของจีน เช่น เฉิงตู และกวางโจว ล่าสุดมีการยกเลิกเที่ยวบินแล้วกว่า 200 เที่ยว เนื่องจากผู้ประกอบการรับภาระต้นทุนน้ำมันไม่ไหว แม้ ททท. จะมีมาตรการสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำเที่ยวละ 350,000 บาท แต่ยังแข่งขันกับหลายประเทศไม่ได้ หลังคู่แข่งอัดงบสนับสนุนสูงถึง 500,000 ถึง 1 ล้านบาทต่อเที่ยว ทำให้ไทยเสียเปรียบด้านต้นทุนและการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม จากการคืนโควตาเที่ยวบินจำนวนมาก ทำให้งบโครงการ “Thailand Summer Blast” ยังเหลือกว่า 70 ล้านบาท จากเดิมที่กำหนดสิ้นสุดโครงการในเดือนมิถุนายน ททท. จึงเตรียมพิจารณาขยายโครงการไปถึงเดือนกันยายน เพื่อดึงตลาดระยะไกลและกลุ่มอินเซนทีฟที่ยังมีความต้องการเดินทางต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ยังต้องจับตากระแสข่าวในโซเชียลเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวจีนสูญหาย ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย แม้สถานทูตจีนจะเริ่มออกมาชี้แจงแล้วก็ตาม นอกจากนี้ พฤติกรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติยังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมนิยมกรุ๊ปทัวร์ หันมาเดินทางด้วยตนเองมากขึ้น เน้นทริปเฉพาะความสนใจ ทั้งตามศิลปิน ดูคอนเสิร์ต เที่ยวสายแอดเวนเจอร์ และวิ่งเทรล ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังใช้จ่ายสูง
สำหรับแผนระยะต่อไป ททท. เตรียมเดินหน้ากลยุทธ์ “NEXT” มุ่งเจาะตลาดใหม่ เช่น กลุ่มผู้สูงวัยจีน และกลุ่มผู้หญิงญี่ปุ่น พร้อมชูจุดขายด้านประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงลึก สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรนอกภาคท่องเที่ยว และผลักดันท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อกระจายรายได้สู่เมืองรองและลดการพึ่งพาตลาดหลักมากเกินไป
ทั้งนี้ ยังต้องติดตามตลาดเกาหลีใต้อย่างใกล้ชิด หลังยอดนักท่องเที่ยวเข้าไทยช่วง 4 เดือนแรกติดลบถึง 19% ขณะที่ตลาดอินเดียแม้ยังเติบโตดี แต่ต้องเฝ้าระวังประเด็นเที่ยวบินและนโยบายวีซ่าในอนาคตเช่นกัน



ภายในงานมีผู้ประกอบการเข้าร่วมอย่างหลากหลาย อาทิ บริษัททรู ที่นำแพ็กเกจซิมการ์ดราคาพิเศษมานำเสนอ รวมถึงผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น เครื่องดูดฝุ่นและกล้องวงจรปิด ตลอดจนผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างสวนทุเรียนทองผาภูมิและรีสอร์ท โรงคั่วกาแฟแม่สลอง คอฟฟี่ ดรีม ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามจาก DR.PONG เรือสำราญ “ยอดสยาม” YOD SIAM กระเป๋าหนังแท้จาก NID LEATHER WARE และผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหารจาก “ฟ้าไทย” ที่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานอย่างคึกคัก








![Asia Morning News [เอเชียมอร์นิ่งนิวส์]](https://www.asiamorningnews.net/wp-content/uploads/2026/02/cropped-logo_x90.jpg)