เห้งเจียแจ๊ส

        หนัง ไซอิ๋ว แบบไทยที่เนื้อเรื่องหลัก ๆ จะกลายเป็นเรื่องราวชีวิตครอบครัวของ ตือโป๊ยก่าย มากกว่า เนื้อเรื่องมีผสมผสาน ทั้งการต่อสู้ อภินิหาร การใช้ชีวิตครอบครัว มุกตลกฮา ๆ บทภาพยนตร์ซึ่งทำได้ดี ค่อย ๆ เล่าเรื่องให้ลงตัว กลมกล่อม อาจจะมียืดยาวบางช่วงที่ฉายภาพวิถีชีวิตบ้าง ส่วนฉากต่อสู้ มีลำแสง ตัวมังกร ทำออกมาได้สวยงาม ทว่ากระบวนท่าที่ต่อสู้ยังเบาเกินไป ทำให้ฉากต่อสู้ไม่มันส์เท่าที่ควร มุกตลกมีปล่อยมาเรื่อย ๆ  โดยคนที่ทำให้ละมุน ขำ อารมณ์ดี ได้ หลัก ๆ คือ โหน่ง ชะชะช่า เลยและเรียกได้ว่าเป็นคนที่เล่นได้ดีมากที่สุดในเรื่อง สำหรับนักแสดงนำ ผู้ใหญ่ทุกคนก็ยังเล่นได้ดีตามบทบาท มาที่นักแสดงเด็ก ๆ บางคนเล่นได้ลื่นไหล แต่ก็มีบางคนยังเล่นเกร็ง ๆ ติด ๆ ขัด ๆ ทำให้จังหวะอารมณ์ต่าง ๆ มีสะดุดบ้างเพราะส่งไม่ถึง ในส่วนของความเด่นของหนังเห้งเจียแจ๊สที่เป็นตอนเกี่ยวกับความน่ารัก ความอบอุ่น แบบ ครอบครัวของตือโป๊ยก่าย หากแต่ก็มีจุดด้อยในเรื่องของกระบวนท่าการต่อสู้ที่ทำออกมายังไม่สนุกเร้าใจ ดูเบาไปหน่อย แต่รวม ๆ ถือเป็นหนังที่เล่าเรื่องไซอิ๋วแบบไทย ๆ ที่มีความอบอุ่นของครอบครัว ทำให้เหมาะกับทุกคนทุกวัย  ติดให้  ***

NORMAL เมืองธรรมดานรกเรียกพ่อ

จากเห็นโปสเตอร์ชื่อไทย และชื่อนักแสดงนำ “บ๊อบ โอเดนเคิร์ก” (จากเรื่อง NOBODY ชื่อไทย คนธรรมดานรกเรียกพี่) ก็อยากดูแม้วัยเฮียจะมากขึ้น ทว่าการแสดงในบท นายอำเภอที่มารับหน้าที่แทนนายอำเภอคนเก่าที่ตายกะทันหันเพียง 2 สัปดาห์ก็มีลีลาการแสดงทรงคุณค่าให้จดจำไม่ผิดหวังที่อยากดู เหมือนกำลังดูหนังเรื่อง NOBODY แถมชื่อไทยก็ตั้งมาเพื่อเฮียโอเดนเคิร์กเฉพาะ แบบหนังของเฉินหลงที่มักมีชื่อไทยคำว่า ‘ฟัด’ กลับมาที่หนังอย่างที่บอกว่าเหมือนดูภาค 2 ของ NOBODY แต่จริง ๆ คนละเรื่องกันเลย เหมือนตรงที่เน้นบู๊และพระเอกเอาตัวรอดแบบเฉพาะหน้า ซึ่งฉากบู๊ฆ่าล้างผลาญกันเลือดสาด บางฉากไม่กล้าดูหนำซ้ำบางฉากก็โคตรโหดคล้าย Final Destination มีการตายแบบบังเอิญเล่นเอาสะดุ้งเหมือนกัน แต่ถือเป็นหนังที่บู๊กันมันส์ซะใจดี ไม่ผิดหวังกับโอเดนเคิร์กรับเล่น เอาจริงพระเอกไม่ได้เก่งกาจอะไรมากอาศัยแต้มบุญและเอาตัวรอดได้ทำตัวร้ายตายโดยบังเอิญซะเยอะ(หัวเราะ) เทียบกับหนังเฉินหลงแต่เป็นเฉินหลงฉบับภาคโหด ๆ เพราะเฉินหลงเตะต่อย ๆ แล้วเลิกกันแต่ NORMAL เตะต่อยแล้วตัวร้ายมันตายเองแบบเหตุบังเอิญ ทว่าก็สะใจสมน้ำหน้าพวกมัน ถือว่าพล็อตเรื่องโอเคและมีแง่คิดความเป็นคนที่ต้องรักษากฎหมายไม่โกงกิน เช่นฉากโจรปล้นธนาคารกลายเป็นฉากที่ทำให้พระเอกได้เห็นธาตุแท้ของทุกคนในเมืองนั้น และเห็นความมีคุณธรรมของพระเอกที่ปล่อยโจรหนีเพราะมีความเป็นมนุษย์แม้จะมาปล้นแต่พอเห็นคนหัวใจวายตรงหน้าก็รีบปั๊มหัวใจ นอกจากได้เห็นธาตุแท้ของคนในเมือง NORMAL แล้วยังเฉลยที่เราสงสัยว่า ทำไมคนในเมืองถึงมีปืนราวกับจะเตรียมไว้รบกับใคร? ยังคิดว่าหรือมีโจรมาปล้นแบบในเรื่อง ที่ไหนได้มันใหญ่กว่านั้นเยอะ ทำให้พระเอกที่กะมารับหน้าที่นายอำเภอชั่วคราวกลายเป็นมาปัดกวาดเมืองให้สะอาดเอี่ยม ซึ่งสมกับหน้าที่ของตำรวจที่ดี ซึ่งตำรวจบ้านเราควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะ ทำให้ฉากบู๊ทั้งมันส์ทั้งสะใจปนขำ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังการแสดงของทั้งโอเดนเคิร์ก รวมถึงนักแสดงคนอื่นก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้สมจริงสมจังจึงสมน้ำหน้าตัวร้ายที่ตายโหดเหี้ยม ติดให้ ****

Lee Cronin’s The Mummy  ลี โครนิน เดอะ มัมมี่

        เป็นหนังสยองขวัญเกี่ยวกับอียิปต์ ก็หนีไม่พ้น มัมมี่ เรื่องนี้มีเนื้อเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดูช่วงแรก ๆ ก็จะยังงง ๆ มาเกี่ยวกันยังไง หนังค่อย ๆ เล่าไปตามเวลา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และค่อย ๆ เปิดเผยว่า แต่ละเหตุการณ์มาเกี่ยวข้องกันยังไง ถือว่าเล่าเรื่องและเขียนบทภาพยนตร์ออกมาได้ดีมาก มันคลี่คลายปมต่าง ๆ ได้ครบถ้วน รวมถึงฉากความน่ากลัว สยองขวัญ เสียวกับการลอกออกของแผ่นหนัง การทำความน่าเกลียดน่ากลัวก็ทำออกมาดีมาก ๆ ซึ่งเป็นมิติที่ไม่ใช่แบบเละเทะ แต่ท่าทางการกระทำต่าง ๆ ที่น่ากลัวแบบภาพติดตาได้เลย สำหรับนักแสดงนำ ทุกคนเล่นได้ดีมาก ๆ ที่เล่นได้ดีเกินคาด ก็คือตัวลูกสาว 2 คนที่เล่นได้ทั้งน่ารัก น่ากวน น่ากลัว แสดงออกมาครบทุกมิติเลย แต่คอหนังผีน่าจะชอบมัมมี่สยองขวัญนี้ที่มาในรูป ทายาทอสูร และ การลอกเนื้อหนังที่ชวนเสียว หากแต่ข้อเสียงของหนังมัมมี่ที่ตรงชื่อมัมมี่แต่มีร่างมัมมี่น้อยจังเลย ติดให้ *** ครึ่ง

“Panda Plan : The Magical Tribe – แพนด้าเด้งยกกำลังฟัด”

        เคยดูแพนด้าภาคแรก ออกตัวก่อนว่าดูหนัง เฉินหลงมาหลายเรื่อง รวมถึงได้สัมภาษณ์ตอนมาเมืองไทยก็หลายครั้ง ทำให้รู้ว่าเฉินหลงมีชีวิตเพื่อสร้างหนังออกมาให้คอหนังของเขาได้ดู แม้แพนด้าทั้ง 2 ภาคจะฉีกแนวจากที่เคยดู ทว่าก็เข้าใจถึงวัยและอายุที่มากขึ้น เพราะทุกคนต้องแก่จริงไหม? ทำให้เฉินหลงต้องปรับตัวในการทำหนังและเล่นในแบบที่วัยของตนเองทำไหว อย่างในเรื่องแพนด้าเด้งยกกำลังฟัดเป็นหนังแฟนตาซีที่ทะลุเข้าไปยังเผ่า ๆ หนึ่งโดยการนำของหูหู เจ้าแพนด้าตัวกลมน่ารัก ยอมรับว่าภาคนี้ได้เห็นหูหูใกล้ ๆ ได้เห็นความน่ารักและอิริยาบถของเจ้าแพนด้าดูมีชีวิตชีวามากกว่าภาคแรก เรื่องนี้ความโดดเด่นก็เทไปที่เฉินหลงและหูหูที่แสดงออกมาทำให้คิดว่าน้องมีชีวิตจริง ๆ เลย แม้หนังจะเป็นแฟนตาซีเบาสมองแต่ก็สอดแทรกแง่คิดเรื่องของความสามัคคี ความรักของครอบครัวที่ควรแสดงออกมาเพื่อคนที่เรารักจะได้ไม่เข้าใจผิดคิดว่าไม่รัก ซึ่งมีฉากที่ขนลุกก็ตอนฉากที่ทั้งเผ่าต้องรวมพลังส่งให้เฉินหลงและหูหูปีนหน้าผาขึ้นไปให้ได้ถือเป็นฉากไฮไลต์ของเรื่องเลย โดยเนื้อหาทั้งสองภาคจะต่างจากหนังของเฉินหลงมาก แต่ถ้าคนรักเฉินหลงและเปิดใจที่ดูก็จะทำให้ดูอย่างมีความสุขและไม่คาดหวังให้เป็นเหมือนหนังเฉินหลงสมัยแรก ๆ เพราะต้องเข้าใจวัยของเฉินหลงในเรื่องก็ยังมีบู๊ให้ได้ดูกันหลายฉาก แม้จะแบ่งบู๊ไปให้ชนเผ่าที่แต่ละคนก็รับหน้าที่ของตนได้ดี ส่วนตัวยอมเปิดใจดูหนังเฉินหลงตามวัยยิ่งหนังได้ 2 นักพากย์อย่าง พี่ติ่งกับพี่โต๊ะก็นำพาหนังให้ดูสนุกขึ้น ฟังจากเสียงหัวเราะในรอบสื่อ มิหนำซ้ำไม่มีใครหลับหรือบ่นถึงเรื่องราวที่ไม่ได้แหวกแนวหรือบู๊จัด แต่เฉินหลงน่าจะจับทางหนังไปทางครอบครัวมากขึ้น ติดให้ ***

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *