‘เดทตอล’ มอบผลิตภัณฑ์กว่า 3,000 ลัง สนับสนุน ‘กทม.’ ดูแลสุขอนามัยช่วง ‘ฤดูฝน’ ปกป้อง-ลดการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นจาก ‘เชื้อโรค’

               คณะผู้บริหาร “เดทตอล-ฮาร์ปิค” มอบผลิตภัณฑ์ในเครือกว่า 3,000 ลัง มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท แก่กรุงเทพมหานคร สนับสนุนการดูแลเจ้าหน้าที่-ประชาชนในช่วงฝนตกหนักน้ำท่วมขัง หวังปกป้อง-ลดการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นจากเชื้อโรค ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัส-แบคทีเรีย-เชื้อรา ด้าน รอง ผอ.สำนักอนามัย กทม. เตรียมกระจายให้ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่งทั่วกรุง พร้อมเจ้าหน้าที่ อสส. ทั้ง 50 เขต

               คณะผู้แทนจากบริษัท เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยภายใต้แบรนด์ “เดทตอล” (Dettol) และ “ฮาร์ปิค” (Hapic) นำโดย แอนเดรีย ซาราโกซา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด Health/Hygiene  และ ดร.นพ.ปณต ประพันธ์ศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์และกิจการภายนอก เป็นตัวแทนส่งมอบผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัส-แบคทีเรีย-เชื้อรา มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ให้แก่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อสนับสนุนการดูแลประชาชนและชุมชน โดยเฉพาะในสถานการณ์ฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขัง ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง

               แอนเดรีย ซาราโกซา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด Health/Hygiene บริษัท เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่ กทม. และหลายพื้นที่ของประเทศไทยกำลังเผชิญกับผลพวงจากพายุที่พัดผ่านเข้ามา ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังและอุทกภัยรุนแรง เหล่านี้นำมาสู่ความเสี่ยงของการเกิดโรคและปัญหาสุขภาพได้ โดยจุดมุ่งหมายของบริษัทฯ คือการสร้างโลกที่มีสุขอนามัยที่ดี ปกป้องและลดการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นจากเชื้อโรค ด้วยการทำให้ผู้คนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับผู้บริโภค

               “ผลพวงจากน้ำท่วมทำให้ประชาชนจำนวนมากมีปัญหาด้านสุขอนามัย หลายรายเกิดการติดเชื้อจากน้ำที่ไม่สะอาด โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลหรือต้องสัมผัสกับน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ซึ่งผลิตภัณฑ์เดทตอลจะเข้ามาช่วยปกป้อง เพราะมีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา” แอนเดรีย ซาราโกซา กล่าว

               ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคน กทม. ผ่านการมอบผลิตภัณฑ์   เดทตอล ออนเซ็น สบู่เหลวอาบน้ำ แอนตี้แบคทีเรีย, เดทตอล ดิสอินเฟคแทนท์ สเปรย์, เดทตอล ผ้าเช็ดทำความสะอาดผิวแบบเปียก สูตรเซนซิทีฟ, เดทตอล โฟมล้างมือ แอนตี้แบคทีเรีย สูตรโรสแอนด์เชอร์รี่, เดทตอล สบู่ก้อน แอนตี้แบคทีเรีย, ฮาร์ปิค น้ำยาล้างห้องน้ำ กลิ่นลาเวนเดอร์, ฮาร์ปิค น้ำยาล้างห้องน้ำ กลิ่นเลมอน รวมกว่า 3,000 ลัง มูลค่ามากกว่า 1 ล้านบาท

               “ความมหัศจรรย์ของเดทตอล คือการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยแต่ละผลิตภัณฑ์ก็มีประโยชน์การใช้งานที่อเนกประสงค์ สามารถใช้ได้ในหลากหลายที่ ตัวอย่างเช่นน้ำยาฆ่าเชื้อสีน้ำตาลที่ใช้ได้ตั้งแต่การทำความสะอาดพื้นผิว ใช้ผสมเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกาย ซักผ้าฆ่าเชื้อ หรือแม้กระทั่งการใช้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างฮาร์ปิค ที่ใช้ในการทำความสะอาดห้องน้ำ ทั้งหมดจึงสามารถครอบคลุมการฆ่าเชื้อโรคได้ทุกจุดภายในบ้าน” แอนเดรีย ระบุ

               ดร.นพ.ปณต ประพันธ์ศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์และกิจการภายนอก บริษัท เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ มีโครงการสนับสนุนการทำงานของชุมชน-ตำบล ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคมาโดยตลอด หนึ่งในนั้นคือการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในช่วงที่โควิด-19 และสถานการณ์อุทกภัย ที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสุขอนามัยและการฆ่าเชื้อโรคอย่างมากที่สุด

               อย่างไรก็ดี ในปี 2565 เกิดปัญหาน้ำท่วมรุนแรงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึง กทม. ด้วย บริษัทฯ จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) และศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. จึงนำมาสู่โครงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคแก่ กทม.

               “เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลิตภัณฑ์ที่เราส่งมอบให้ผ่าน กทม. ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา จะเป็นส่วนช่วยเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งช่วยปกป้องพี่น้องประชาชนให้สามารถร่วมกันฝ่าวิกฤตในช่วงนี้ไปได้ รวมถึงยังเป็นการส่งเสริมสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพแก่คนกรุงด้วย” ดร.นพ.ปณต กล่าว

               ทางด้าน พญ.ภาวิณี รุ่งทนต์กิจ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า ทาง กทม. มีความยินดีอย่างยิ่งในการรับมอบผลิตภัณฑ์ ที่สามารถมีส่วนช่วยและเป็นประโยชน์ให้กับการทำงานในสถานการณ์อุทกภัยขณะนี้ โดยทางหน่วยงานจะมีการนำไปใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สำนักอนามัย บุคลากรของศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 69 แห่ง รวมทั้งพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ในพื้นที่ 50 เขตของ กทม.

               “ในช่วงสถานการณ์วิกฤต ความร่วมไม้ร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาชน จะมีส่วนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องที่กำลังประสบปัญหาและความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ ตามเป้าหมายแนวทางของ กทม. ที่ทุกฝ่ายจะเข้ามามีส่วนช่วยกันเพื่อทำให้ กทม. เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนได้” พญ.ภาวิณี กล่าว

Related posts