วิเคราะห์ ร้านค้ารากหญ้า ปี 2569

โดย…รศ.ดร.ชาตรี โสภณบรรณารักษ์ (เม้งจตุจักร)

รักษาการเลขาธิการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจการศึกษาไทยจีนอาเซียน

…จากสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ด้วยปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ในปี 2569 ร้านค้ารากหญ้า  (ธุรกิจขนาดเล็ก, ร้านค้าท้องถิ่น)  จะปิดตัวลง จากสาเหตุหลักๆ ดังนี้:

1. ปัญหาหลักจากสภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนแอ รายได้ของประชาชนลดน้อยลงหรือเท่าเดิม สวนทางกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย ซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็นจริงๆ ส่งผลให้ร้านค้าขายของได้น้อยลง

2 ต้นทุนสูง สินค้าต่อหน่วยที่สูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสินค้าจากต่างประเทศ และ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ ทำให้รักษากำไรได้ยาก

3.หนี้สิน ร้านค้าหลายแห่งไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบได้ ต้องพึ่งพาเงินทุนนอกระบบ ทำให้มีภาระหนี้สินหนักซ้ำเติม

4.ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ การขยายสาขาของร้านสะดวกซื้อและห้างค้าส่งขนาดใหญ่ทำให้ร้านค้าโชห่วยหรือร้านค้ารายย่อยอยู่ยากขึ้น

5.สินค้าจีนทุ่มตลาด การมีสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน เข้ามาทุ่มตลาดด้วยราคาที่ต่ำกว่า ทำให้สินค้าท้องถิ่นแข่งขันไม่ได้

6.พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ผู้คนหันไปซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าหรือผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้ตลาดสดหรือร้านค้าหน้าปากซอยเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด

7.การบริหารจัดการขาดการปรับตัว ร้านค้าไม่ปรับตัวตามสภาพแวดล้อมทางการตลาดที่เปลี่ยนไป เช่น การนำเทคโนโลยีมาใช้ หรือการหาสินค้าที่แตกต่าง ก็จะอยู่รอดได้ยาก

8.การจัดการที่ไม่เหมาะสม ร้านอาหารขนาดเล็กหลายแห่งต้องอาศัยเจ้าของและครอบครัวทำเองเกือบทุกอย่าง หากจ้างเชฟหรือบริหารจัดการไม่ดีก็เสี่ยงขาดทุนสูง

9.ข้อจำกัดด้านเงินทุน ทำให้ไม่สามารถลงทุนในการปรับปรุงร้านค้า ทำการตลาด หรือบริหารจัดการสต็อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

…โดยสรุป ร้านค้ารากหญ้ากำลังเผชิญกับพายุเศรษฐกิจที่ซัดกระหน่ำ ทั้งจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้และปัจจัยภายในที่ต้องเร่งปรับปรุงเพื่อความอยู่รอด ปี 2569 จึงเป็นวิกฤติของร้านค้าปลีก ซึ่งเป็นเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืนของประเทศอย่างแท้จริง

Related posts