น้ำชุบผักลวกกะทิ ทุเรียนย่าง สบู่เปลือกมังคุด ที่คีรีวง

กิน เที่ยว บ่น กับ ปัญญา  ไกรทัศน์

                 น้ำชุบผักลวกกะทิ ทุเรียนย่าง สบู่เปลือกมังคุด ที่คีรีวง

IMG_1701_resize

                เกือบสิบปีก่อน ผมได้บินลงไปจังหวัดนครศรีธรรมพร้อมกับนำคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลางและก่อนหน้านั้น ลงไปทำหนังสือหมู่บ้านท่องเที่ยวโอท็อป ฉบับภาษาอังกฤษ เพื่อนำเสนอต่อชาวต่างชาติ และคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา เป็นอีกแห่งหนึ่ง ที่สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวในยุคนั้นส่งเสริม

ความเป็นกันเองของชาวบ้าน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จากบ้านทำสบู่เปลือกมังคุด พาไปบ้านทำเครื่องประดับจากหิน พาไปบ้านทำทุเรียนย่าง พาไปบ้านคนพิการทำเครื่องประดับและของชำร่วยจากกะลามะพร้าว พาไปบ้านทำผ้าบาติก พาไปบ้านทำผ้ามัดย้อม และพาไปเที่ยวชมธรรมชาติ

IMG_1733_resize

IMG_1716_resize

                ช่างงดงามและบริสุทธิ์ของธรรมชาติยิ่งกว่าอื่นใด

วัดคีรีวง ยังคงถูกทรายถมจากดินโคลนถล่มเมื่อปี 2531 บางบ้านยังมีความเจ็บปวดจากการที่ดินถล่มทับบ้านหายไปกว่าครึ่งค่อนข้างหลัง

แม้นชตากรรมจะปวดร้าวแค่ไหน แต่หัวใจคนคีรีวง ต่อคนต่างถิ่นที่มาเยี่ยมเยือน กลายเป็นภาพติดตรึงใจตราไว้ในความทรงจำ

หนนี้จึงวางคีรีวง ให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบในการดำเนินการร่างมาตรฐานท่องเที่ยวไทยลำดับที่ 57 มาตรฐานท่องเที่ยวโดยชุมชน เอาไว้

สายการบินนกแอร์ พาทะยานร่างขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยพนักงานหน้าตาดี แต่มีขนมและน้ำให้อย่างละชิ้นในถุงกระดาษ และห้ามนำอาหารหรือน้ำขึ้นเครื่องเป็นอันขาดด้วย ผมหลับตาทอดร่างบนเก้าอี้ที่ไม่กล้าปรับและหลับลึกจนถึงสนามบินนครศรีธรรมราชที่วันนี้อัดแน่นด้วยผู้คนที่มาใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ และกำลังขยายรันเวย์และอาคารผู้โดยสาร

รถตู้ที่เช่าเอาไว้  พาทะยานออกจากสนามบินนครศรีธรรมราช โดยมีทนายความอุดมเกียรติ ปานมี คอยเป็นเพื่อนพาไปยังพื้นที่ในฐานะเจ้าถิ่นเมืองนครศรีธรรมราชการ

คุณเบญจา  ดังนิโรจน์,คุณอลิสา  เนียมสุ้น,คุณกัณฑ์ฐิตา  มัธนาท,คุณอาจินต์ เพ็ชรวงศ์ ในฐานะกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนในเขตพื้นที่คีรีวง พร้อมทีมงานอีกสามสี่คนรอคอยการมา และทุกคนเต็มใจให้ข้อมูล โดยทุกคนยืนยันว่า การบรรจุคีรีวงเข้าเป็นแผนงาน 12 เมืองต้องห้าม….พลาด โดยที่หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการไม่ได้เข้ามาประสานความร่วมมือและเตรียมการรับมือ ทำให้นักท่องเที่ยวจากสารทิศหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวจนกระทั่งชาวบ้านตั้งรับไม่ทันและท้ายสุด

IMG_1672_resize

                ทุนจากส่วนกลางและทุนจากนครศรีธรรมราชเข้ามาสร้างอาคารบ้านเรือนจนกระทั่งไม่รักษาภาพดั้งเดิมของคีรีวงเอาไว้ ทำให้ทุกวันนี้คีรีวงกลายเป็น

พื้นที่ของปัญหาขยะล้น ตามตลาดนัดเก็บขยะทุกวัน ในย่านท่องเที่ยวเก็บสองหรือสามวันครั้ง  ส่วนตามบ้านๆที่ทำโฮมสเตย์เก็บ 7 วันครั้งกลายเป็นปัญหาการหมักหมมของขยะและภาพมุมมองของเมืองต้องห้ามพลาด….ถ่ายภาพกองขยะ

กลุ่มบ้านสมุนไพรคีรีวง ยกระดับขึ้นมาเป็นร้านค้า ผลิตสบู่เปลือกมังคุด และรับขายทุกสินค้าและผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ของบ้านคีรีวง จึงมีทุเรียนย่างหลายรายเอามาวางขาย มีผ้ามัดย้อม มีสิ่งของคนพิการและอื่นๆเข้ามาวาง

คนทำทุเรียนห่อกาบหมากย่าง ยังคงทำต่อเนื่อง โดยสมาชิกในกลุ่มกวนทุเรียนยัดใส่ปี้บๆละ 26 กิโลกรัมเอามาขายและสมาชิกจะเอาใบกาบหมากมาแช่น้ำให้หมาดๆเพื่อให้ใบนิ่ม ก่อนจะเอาทุเรียนกวนมาบีบในเครื่องบีบคล้ายขนมจีนจนแน่น ห่อด้วยใบกาบหมาก ก่อนนำเข้าไปเรียงในเตาย่างสองวันจึงจะแล้วเสร็จเอาออกมาขาย

คุณอารีย์ ขุนทน ประธานกลุ่มมัดย้อมให้ข้อมูลอย่างละเอียดในการทำการย้อมและการจำหน่ายสินค้าที่ทำ วันนี้กิจการหาได้ขยายมากไปกว่าเดิมไม่ เพียงแต่สามารถผลิตเพื่อการส่งออกได้

IMG_1683_resize IMG_1676_resize

IMG_1684_resize IMG_1685_resize

               IMG_1675_resize

               IMG_1686_resize

คนที่ไปคีรีวง วันนี้ไม่ต้องกังวลใจเรื่องที่พักเพราะมีบ้านของชาวบ้านที่ยกระดับขึ้นมาเป็นโฮมสเตย์เรียกตัวเองว่า เพ็ชรคีรีโฮมสเตย์ มีบ้านพักประมาณ 34-35 หลัง โดยคิดค่าบริการคนละ 350 บาท แบ่งเป็นค่าที่พัก 200 บาทและค่าอาหาร 150 บาทจะมีกับข้าว 5 อย่างนับจากปลาทอด  แกงส้มปลา น้ำพริก ผักกูดและผักลวกราดหัวกะทิ  แกงไก่หยวกกล้วย  เป็นต้น ส่วนอาหารเช้าจะคิดต่างหากหัวละ 80 บาท ยกเว้นขนมจีน แต่หากเป็นราคา 100 บาทจะมีเครื่องดื่ม ไข่ลวก ขนมจีนและข้าวต้มไก่  โดยหากมาเป็นหมู่คณะจะขอค่าประสานงานกรุ๊ปละ 1,500 บาท เพื่อนำไปเที่ยวตามกลุ่มวิชาชีพ นับจากมัดย้อม สมุนไพร ใบไม้ ลูกไม้  ถ้าจะต้องมีการบรรยายอาจจะต้องเสียค่าเช่าศูนย์ท่องเที่ยวขององค์การบริหารส่วนตำบลอีก 500-1,000 บาท เพื่อชมการแสดงกลุ่มลูกขุนน้ำ  ที่จะแสดงละครเงา หรือทีมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏจะมาแสดงมโนราห์แต่เก็บเงินเพื่มอีกคณะละ 2,500 บาท

เดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมเป็นเดือนที่น่ามาทานผลไม้ที่สุด ส่วนเดือนกันยายนเข้ามาพักเพื่อไปเที่ยงงานเดือนสิบเมืองนครศรีฯ  ยังมีงานแห่ชักพระเดือนสิบเอ็ด และเดือนมิถุนายนของทุกปีจะมีการวิ่งลานสกามาราธอน

แม้นว่าคีรีวงจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่วันนี้คีรีวงยังคงเป็นสถานที่ที่คนแห่ไปเที่ยวกันเป็นคันรถบัส ถ้าสนใจจะไปนอนโฮมสเตย์หรือเที่ยวลองติดต่อคุณวิวหรือ กันฑ์ฐิตา มัธยาท หมายเลข 087-8238474 หรือคุณอารีย์ ขุนทน กลุ่มผ้ามัดย้อม มือถือ 086-9467786 หรือกลุ่มสมุนไพร 081-9683851

ถ้าวันนี้คีรีวงย้ายร้านค้าริมคลองออกทั้งหมด ธรรมชาติจะหวนกลับคืนมา ไม่เชื่อลองทำดู

Related posts