เปิดปก…อกนักเขียน : “เอื้อมฟ้า” – (เจษ) ภัทรพล เทพจักร

เปิดปก…อกนักเขียน

“เอื้อมฟ้า”ปล่อยแล้ว“เหยื่อพยาบาทซาตานเถื่อน”

 

เป็นความสุข ตื่นเต้นเหมือนทุกครั้งที่ตามหานักเขียน“เอื้อมฟ้า” แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จนได้รับความช่วยเหลือจากนักเขียน“นารี รังรอง” ไปหาเฟซบุ๊กของนักเขียนมาให้ แต่พอเห็นเฟซก็ตกใจ เอ๊ะ! ทำไมเอื้อมฟ้ามีหนวดล่ะ ครั้นทักไปจึงได้รู้จักตัวจริงของนักเขียนคือ เจษ –  ภัทรพล  เทพจักร  การตามหานักเขียนเกิดจากไปเจอะเจอนิยายเรื่อง“เหยื่อพยาบาทซาตานเถื่อน” พระเอกโหด เถื่อน ร้ายกับนางเอก เพราะความเข้าใจผิดนั่นเอง เป็นพล็อตที่ตลาดชื่นชอบพระเอกดิบๆ แบบนี้ เราเองก็ชอบนะ จากนั้นนักเขียนแนะนำ“ลงทัณฑ์เสน่หา” นาม“ไรยา”  โอ๊ะ! พระเอกจะร้ายอะไรขนาดนั้น แต่ในความร้ายกาจของบรรดาพระเอกของนักเขียน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแท้จริงแล้ว รักนางเอกนั่นแหละ จึงทำทุกทางให้ได้ครอบครอง แม้วิธีจะเถื่อนไปซะหน่อย  ถามว่าสองนามนั้นต่างกันอย่างไร ไรยาจะมีปมซับซ้อนให้ค้นหาจนไม่น่าเบื่อ ส่วนเอื้อมฟ้าปมไม่เยอะ ทว่าทุกเรื่องกระชับ ไม่อืดยืด ถือเป็นงานควรค่าน่าติดตาม โดยภัทรพลเปิดอกพูดคุยหมดเปลือกว่า

 

1pic2

 

“ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณแฟนๆ หนังสือทุกท่านครับ ที่ติดตามสนับสนุนผลงาน และให้กำลังใจผมมาตลอด จนสามารถเดินบนเส้นทางวรรณกรรมอย่างที่เคยฝันไว้ครับ  ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นเกษตรกรด้วย ก็จะมีเป็นพ่อค้าหม่าล่าเป็นอาชีพเสริมด้วยครับ  ส่วนงานเขียนนิยายเป็นงานอดิเรกครับ  สำหรับแรงบันดานใจในการเขียนนิยายมันเริ่มตั้งแต่เด็กครับ ผมเป็นลูกคนเล็ก ในจำนวนพี่น้องสามคน ตอนเด็กเวลานอนพ่อกับแม่จะชอบเล่านิทานให้ฟัง แบบนิทานพื้นบ้านทั่วๆ ไป แล้วพี่สาวของผมก็เป็นคนชอบอ่านหนังสือมากด้วย หนังสือนิยายเต็มบ้านเลย แรกๆ ก็เปิดดูภาพไปบ้าง หลังๆ พี่สาวเห็นเราชอบหยิบหนังสือมาดู ก็เลยหัดเราอ่าน ก็เริ่มอ่าน โตขึ้นมาหน่อยก็เริ่มวาดการ์ตูน วาดแบบสมุดหมดเป็นเล่มๆ วาดไปพากษ์ไปด้วย โตมาอีกหน่อยก็เริ่มอ่านนิยายเป็นเล่มๆ  สมัยนั้นนิยาย 12 บาท เป็นพ็อกเก็ตบุ๊กปกเป็นรูปดารา บางเล่มพออ่านจบเราก็คิดว่ามันไม่ใช่เนอะ ก็แอบแก้นิยายเขา (นิสัยไม่ดีมาก555) เขียนเพิ่มในนั้นเลย จนกระทั่งได้อ่านนิยายเล่มแรกคือเรื่อง ละอองดาว ของอาจารย์พนมเทียน จำได้ว่ามีสองเล่มหนามาก ก็อ่านจนจบ อ่านแล้วก็อิน เออ คนนี้เขียนเก่งจัง สนุกมาก แล้วก็เห็นช่องเจ็ดเอามาทำเป็นละคร มีคุณสิเรียมกับคุณวรุฒ เป็นพระนาง ก็เฮ้ย เป็นละครด้วย ก็ชอบหนักเข้าไปอีก แล้วก็แอบฝันเลยทีนี้ว่าสักวันหนึ่งนะ ฉันจะเป็นนักเขียน จะมีผลงานเป็นเล่มๆ แล้วผลงานจะมีโอกาสเป็นละครกับเขาบ้าง  ผมเขียนนิยายมา 7 ปีแล้วครับ ตอนแรกก็ทำงานเป็นพนักงานโรงแรมก่อนครับ พอดีคุณพ่อเสียปี 2553 พี่ๆ ก็แยกไปมีครอบครัวกันหมด เราก็เลยกลับมาอยู่บ้านกับแม่ ตอนนั้นมีคอมพีซีมาด้วยตัวหนึ่ง ช่วงแรกก็ทำงานในไร่ช่วยแม่ ก็เก็บเมี้ยงเก็บชาไป ถางหญ้า ปลูกข้าวโพดปลูกผักบ้าง แล้วมันก็เหนื่อยเนอะ เราก็เลยคิดว่าเออ ถ้าทำงานแบบนี้ก็ดีนะแต่เราคงไปไม่ถึงที่ฝันไว้แน่เลย ก็เลยลองเขียนดูแรกๆ ก็เอาไปลงในเว็บก่อน ก็มีคนมาติดตามอ่านคอมเม้นโน้นนั่นนี่ แล้วพอดีรู้จักพี่คนหนึ่งแกเป็นนักเขียน พี่เขาเลยแนะนำให้ผมลองส่งเสนอสำนักพิมพิจารณาดู ปรากฏว่าผลงานผ่านก็เลยเขียนเป็นจริงเป็นจังตั้งแต่นั้นเลย สำหรับผลงานถ้าเป็นเล่มใหญ่จะมีประมาณ 10 เล่ม ส่วนเล่มเล็กประมาณ 20-30 เรื่องครับ ก็มีทุกแนวครับ ตบจูบ โรแมนติกดราม่า พีเรียด สยองขวัญ แล้วแต่สำนักพิมพ์ต้องการแนวไหนครับ ส่วนนามปากกาทั้งหมดที่ใช้มี 4 นาม มี ภาคิน, ไรยา, ทะเลรุ้ง, หนึ่งทิวา เอื้อมฟ้า ครับ สำหรับเหตุผลที่ใช้นามปากกาผู้หญิง เพราะพี่บรรณาธิการสำนักพิมพ์ท่านหนึ่งแนะนำ ว่าอยากให้ลองใช้นามปากกาผู้หญิงดู เพราะมันจะสะดุดหูและเข้าถึงผู้อ่านได้มากกว่าครับ และก็เป็นอย่างที่พี่เขาแนะนำจริงๆ ครับ หนังสือได้รับการตอบรับเยอะมาก ก็เลยใช้นามปากกาออกไปทางผู้หญิงเป็นหลักครับ  นิยายเรื่องแรกในชีวิตเรื่อง อุบายริษยาครับ เป็นแนวโรแมนติกดราม่า  ลึกลับทริลเลอร์นิดๆ เพราะโดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบอะไรที่หวานมาก จะชอบแนวดราม่านิดๆ มีกลิ่นอายความลึกลับซับซ้อนหน่อยๆ เพราะผมคิดว่านิยายก็เหมือนชีวิตของคน ที่มีความซับซ้อนอยู่เยอะมากครับ ผมได้พบเจอคนหลากหลายประเภท จับเอาประเด็นของคนนั้นคนนี้มาสอดแทรกประเด็นครอบครัวเข้าไป เพราะบางอย่างที่เราเห็นครอบครัวนั้นเป็นอย่างนั้น เราอยากช่วยแนะนำเขาแต่ไม่กล้า ก็เลยจับประเด็นของเขามาผูกปมแล้วทำให้คนอ่านรู้สึกว่า เฮ้ย..ถ้าคุณมีครอบครัว คุณต้องห้ามทำแบบนี้นะ ถ้ามีลูกห้ามทำแบบนี้นะ เหมือนเป็นการระบายความรู้สึกของเราที่อยากจะแนะนำเขาแล้วใส่ปมทริลเลอร์เข้าไป ว่าที่สุดแล้ว ถ้าคนเราทำผิดแล้วไม่คิดกลับตัว มันก็จะผิดๆ เพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ สุดท้ายมันอาจจะสายเกินไปก็ได้

 

1pic3

 

ถามถึงฉากที่ยากสำหรับผมคือ ฉากเลิฟซีนครับ เรื่องบนเตียงเนี่ยเขียนยากมาก เพราะเราจะต้องคิดช็อต คิดฉากด้วยว่าเริ่มจากนี้นะ ต่อจากนี่ไปนี้นะ ไหนจะคำอุปมาอุปไมย เปรียบเทียบอีก เพราะเราใช้คำตรงๆ ไม่ได้ไงครับ มันน่าเกลียด ก็ต้องใช้คำเปรียบเทียบเอา เช่น หน้าอก จะใช้คำแบบนี้ตรงๆ เวลาอยู่ในฉากเลิฟซีน มันก็แบบน่าเกลียดเนอะ ก็จะมีเอาดอกบัวมาแทนอย่างงี้ ซึ่งมันยาก ยากมากต้องใช้ทั้งจินตนาการ และพลังทั้งหมดที่มีครับ อีกฉากหนึ่งที่ยากพอๆ กันคือ ฉากที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เพราะนิยายส่วนใหญ่ของผมพระเอกจะเป็นชาวต่างชาติซะส่วนใหญ่ ซึ่งเราไม่เคยไปต่างประเทศเลย ต้องอาศัย ดูสารคดีท่องเที่ยว ไม่ก็ดูหนัง ดูซีรีส์ ซึ่งมันจะยากมาก เพราะเวลาเราเขียนเราต้องใช้จินตนาการเยอะมาก เช่น ทะเลทราย มันต้องร้อนมาก ทรายมันต้องนุ่ม เวลาลมพัดมาทีทรายต้องปลิวเข้าตา กลางวันร้อนมากๆ กลางคืนหนาวเข้ากระดูกอะไรแบบนั้น มันเป็นฉากหินมากๆ เหมือนกันครับ  ถามถึงความต่างของนักเขียนชายกับนักเขียนหญิงเขียนเลิฟซีนตรงสำนวนและภาษาครับ เช่นฉากเลิฟซีน ส่วนใหญ่เท่าที่ผมเคยอ่านมา นักเขียนหญิงจะเขียนได้แรงกว่า และบรรยายได้ดีและเยอะกว่าผม เช่น ถ้าเป็นผมจะประมาณ “เขารั้งร่างของหล่อนขึ้นมานั่ง ก่อนจะรวบเอวบางขึ้น” แต่ถ้าเป็นของนักเขียนหญิงเขาอาจจะบรรยายต่อไปอีกว่า “เขารั้งร่างของเธอขึ้นมานั่ง ก่อนจะรวบเอวบางขึ้นจนแก้มก้นของเธอโผล่ขึ้นมาตรงหน้า” อะไรประมาณนี้  ซึ่งต้องยอมรับว่าเขาจะเก่งเรื่องการบรรยายอุปมาอุปไมยและกล้าที่จะใช้คำมากกว่าผมเยอะมากครับ   เรื่องของพล็อตแม้ผมมีงานประจำ แต่พล็อตนิยายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ สมมุติทำงานอยู่ สายตาเห็น หรือได้ยินเรื่องอะไรแบบนี้ พล็อตก็มาแล้ว ผมก็จะอาศัยจดเอาครับ ก็จะมีกระดาษแผ่นนึง กับปากกาติดกระเป๋าไว้ตลอด คิดได้เมื่อไหร่ก็จดๆ ไม่ก็เซฟใส่มือถือครับ เพราะฉะนั้นสำหรับผม กระดาษ ปากกา โทรศัพท์นี่แทบจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปเลยครับ  ช่วงเวลาเขียนนิยายส่วนใหญ่ ปกติถ้าไม่มีงานก็จะเริ่มเขียนตั้งแต่ 09.00น. ไปจนถึงหมดไฟ เหนื่อยละ พรุ่งนี้ค่อยมาต่อครับ  แต่ถ้ามีงานจริงๆ ก็อาศัยตอนกลางคืนครับ เพราะมันเงียบ ความเงียบทำให้สมาธิของเรานิ่ง จินตนาการกว้างไกลครับ  สำหรับการส่งงานสำนักพิมพ์ เมื่อก่อนก็เคยวางเอาไว้ครับ ว่าต้องส่งเดือนละเล่มสำหรับเล่มใหญ่ ส่วนเล่มเล็กเดือนละ 2-3 เล่มนะ แต่ปัจจุบันสำนักพิมพ์เล่มเล็กปิดตัวไปแล้ว แล้วงานก็รัดตัวขึ้น ก็วางแผนแบบนั้นไม่ได้แล้ว เลยพยายามเขียนให้จบแล้วส่งสำนักพิมพ์ครับ เพราะถ้ากดดันว่าเดือนหนึ่งต้องส่ง แต่เดือนนั้นงานเราเยอะมาก ก็จะกลายเป็นกดดัน งานของเราก็จะไม่มีคุณภาพครับ  เรื่องของปกส่วนใหญ่สำนักพิมพ์จะถามตอนที่ปกออกมาแล้วครับ แล้วก็ส่งให้เราดู ว่าน้องครับพี่ส่งปกให้แล้วนะ ปกสวยไหม ชอบไหม ติดตรงไหนหรือเปล่า ปกติก็ไม่ได้แก้อะไรเพราะพี่ทีมอาร์ตของสำนักพิมพ์ทำปกกันสวยมากอยู่แล้วครับ  ยอมรับว่าพอสำนักพิมพ์ทยอยปิดตัวส่งผลกระทบเยอะมากครับ ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากที่เราเคยได้เท่านี้ พอสนพ.ปิดตัวลงเราก็ขาดรายได้ส่วนนั้นไป คราวนี้พอไปเสนอที่อื่น งานเราก็ผ่านยากอีก เพราะมาตราฐานสำนักพิมพ์ไม่เหมือนกัน อีกอย่างเขาก็มีนักเขียนประจำของเขาแล้ว เพราะงั้นการจะมีผลงานกับสนพ.สักแห่งหนึ่ง ณ เวลานี้ มันจึงเป็นอะไรที่ยากมากจริงๆ ครับ  และผมมีงานประจำก็พยายามรักษาคุณภาพของชิ้นงาน และความสนุกครับ พยายามทำงานของตัวเองออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ ถ้าเขาอ่านแล้วชื่นชอบ นักอ่านจะถามหาแล้วติดตามผลงานของเราอย่างต่อเนื่องครับ

 

1pic4

 

กรณีการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ปราบไม่หมดนั้น โดยส่วนตัวยังไม่เคยโดนนะครับ แต่ก็อยากจะฝากถึงคนในเงาไว้นะครับ ว่าอย่าทำแบบนี้เลย เพราะกว่านิยายเล่มหนึ่งจะคลอดออกมาได้ มันเป็นอะไรที่ยากมาก เป็นเหมือนทั้งชีวิตของคนเขียนเลยก็ว่าได้ กว่าจะคิดพล็อต คิดแล้วมาเรียบเรียง ผูกปมกว่าจะเขียนจบ ใช้เวลาและความตั้งใจเยอะมาก ไหนจะต้องฝ่าด่านอรหันต์ของสนพ.อีก เพราะฉะนั้นอย่าทำแบบนี้เลยครับ เพราะถ้าคุณถูกละเมิดลิขสิทธิ์แบบนี้บ้าง คุณจะรู้ว่ามันเป็นอะไรที่ทำลายความรู้สึกของคนคนหนึ่งมากแค่ไหน    มีนักอ่านทราบตัวตนของผมก็ตกใจเหมือนกันครับ ตอนนั้นนิยายพ็อกเก็ตบุ๊กแรงมากมีวางขายในเซเว่น เราก็ไปยืนดูอยู่ ปรากฏว่ามีแฟนหนังสือหยิบขึ้นมาจะซื้อผลงานของเรา เราก็แอบมอง ได้ยินเขาคุยกับเพื่อน ว่าของคนนี้จะเขียนประมาณนี้นะ เราก็แอบฟัง พอดีน้องที่มากับผมเขาทักขึ้นมาว่ามีนิยายของผมไหม ของภาคิน พี่สองคนเขาก็ตกใจหันมามองหน้าผม โป๊ะแตกเลยทีนี้ เขาก็ทำหน้าตกใจ มาคุยกับเราใหญ่เลย (หัวเราะ)

คำจำกัดความนิยายอีโรติก สำหรับผมก็คือ นิยายรักโรแมนติกนี่แหละครับ ก็จะเป็นนิยายรักเรื่องหนึ่ง เป็นชีวิตของคนสองคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกัน รักกัน ก็ตามสเต็ป เหมือนกับคนธรรมดาอย่างเรา ก็จะมีเรื่องบนเตียงมาเกี่ยวข้องบ้าง ก็เหมือนกับคนแต่งงานกันใช้ชีวิตด้วยกัน ทะเลาะกันบ่อย แต่ลูกเยอะมาก นิยายก็แบบนี้  โกรธ เกลียด ก็ลงเอยด้วยฉากนี้ พอนานไปก็กลายเป็นความรัก แต่นิยายของผมจะไม่ค่อยเน้นเรื่องนี้มากครับ จะเน้นความเป็นไปต่อจากนี้ด้วยว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีเหตุและผลของการกระทำของทุกคนครับ  นิยายแนวที่ไม่มีวันตาย นิยายแนวตบจูบครับ ยังไงคนก็ชอบ เพราะมันคือชีวิคของคนจริงๆ ไงครับ ในโลกของความเป็นจริง ชีวิตมันไม่ได้หวานแหวว โลกสีชมพูตลอดเนอะ มันจะมีจิกกัด ตบจูบกันตลอด นี่แหละที่เขาเรียกว่าสีสันของชีวิต ถ้าไม่มีอะไรแบบนี้ชีวิตจืดชืดตายเลย เพราะฉะนั้นแนวตบจูบนี่แหละครับอมตะที่สุดแล้ว สำหรับบุคลิกของพระเอกที่ไม่มีวันตาย จริงๆ พระเอกก็มีหลายรูปแบบเนอะ แต่ถ้าไม่มีวันตายจริงๆ ก็คงจะเป็นประมาณ มาเฟีย นายหัว เถื่อนๆ เข้มๆ ครับ  เพราะส่วนใหญ่นักเขียนจะบรรยายพระเอกทุกคนเป็นแบบนี้เลย หล่อ เข้ม เถื่อน คนอ่านอ่านปุ๊บก็จะเอาไปจินตนาการต่อแล้วมันฟินไงครับ ผมเชื่อว่า 80 เปอร์เซ็นต์ผู้หญิงชอบผู้ชายประมาณนี้นะ แข็งแรง บึกบึน หล่อ เข้ม ปกป้องคุ้มครองเขาได้   สำหรับนิยายจีนเคยคิดอยากจะลองเขียนดูครับ แต่ไม่รู้ว่าจะเขียนได้หรือเปล่า เพราะเหมือนเป็นทางของใครของมันเนอะ ถ้าเขียนอะไรที่ไม่เคยเขียนมาก่อน ไม่ถนัด มันก็จะเกร็ง เกิดแรงกดดัน กลัวว่าผลงานจะออกมาไม่ดีครับ  ส่วนนิยายวายก็เขียนพล็อตไว้เยอะมาก แถมยังศึกษา ทั้งอ่าน ทั้งดูจากซีรีส์ของไทยและต่างประเทศเยอะมาก และอยากจะลองเขียนมากๆ เลยครับ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ท้าทายมากๆ ครับ เดี๋ยวมีโอกาสจะลงมือเขียนแน่นอนครับ

 

1pic5

 

กรณีที่ตันเขียนไม่ออก ผมก็นอนครับ ไม่ก็ฟังเพลง ดูหนังไปเรื่อยๆ ไม่ก็ออกไปสูดอากาศชิวๆ สักพัก แล้วค่อยมาอ่านบทก่อนๆ ที่เราเขียน ถ้ามาไม่ถูกทางก็ลบแล้วเขียนใหม่ มันต้องมีสักฉากที่มันตัน พอแก้แล้วเราจะเขียนต่อได้เองครับ วิธีนี้ใช้ผ่อนคลายเวลาเครียดกับงานประจำได้เหมือนกันครับ  ผมเคยเจอกรณีเขียนนิยายจนสลัดไม่ออกครับ จำได้ว่าตอนนั้นเขียนเรื่อง เพลิงสวาททาสทราย เป็นนิยายแนวทะเลทราย คือเราไม่เคยไปเที่ยวทะเลทรายต่างประเทศมาก่อนไง ก็เลยอาศัยดูจากซีรีส์หรือหนังเอา มันจะมีฉากหนึ่งที่นางเอกถูกพระเอกซึ่งเป็นจอมโจรจับไปกลางทะเลทราย แล้วนางเอกแอบหนีมีคนร้ายไล่ตาม ภาพมาเป็นช็อตๆ ตรงหน้าเลย เหมือนเราดูหนังผมก็พิมพ์ๆ ไป ตาก็มองไป กว่าจะสลัดจากมโนนั้นได้นานมากครับ   นิยายเรื่องแรกที่ผมเขียนหลายหน้ามากต่อมาเขียนสั้นลงผมใช้เทคนิค อ่านนิยายเยอะๆ ครับ แล้วมาปรับใช้กับงานของเรา แล้วที่สำคัญโครงเรื่องของเราก็ต้องเขียนให้กระชับมากขึ้น ตัวละครก็ต้องปรับลดลงมา ฉากต่างๆ ก็ต้องปรับให้พอดีกับเรื่องครับ  การพัฒนาฝีมือนักเขียนต้องมี ผมก็อ่านเยอะๆ ครับ อ่านแล้วปรับมาใช้กับงานของเรา ปรับนะครับไม่ลอก เวลาหนังสือออกมา ก็รับฟังเสียงตอบรับจากคนอ่านครับ คนชมไม่ดีเท่าคนติครับ ยิ่งติเยอะ อันนี้ดีครับ เพราะเราจะได้นำคำติ นำคอมเม้นเหล่านั้นมาปรับใช้กับงานหน้าของเราแล้วพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมครับ

นิยายล่าสุดเรื่อง“เหยื่อพยาบาทซาตานเถื่อน” แนวโรแมนติก ดราม่า ตบจูบ ครบรส ร่วมงานกับสำนักพิมพ์เฮเลนครับ  ถ้านักอ่านต้องการติดตามผลงานได้ที่เฟซบุ๊กของผมชื่อเฟซ ภัทรพล คนเดิม  จริงๆ เคยมีเพจนะครับ แต่พอดีว่าเฟซบุ๊กเคยโดนแฮ็ก เข้าไม่ได้แล้ว แต่เฟซนี้ทุกครั้งที่มีผลงานผมออกมาก็จะเอามาลงอัปเดตเรื่อยๆ ครับ  ตอนนี้กำลังเขียนเรื่อง มาเฟียทวงรัก นามปากกา เอื้อมฟ้า พระเอกโหดกับคนอื่น เพราะเป็นมาเฟีย แต่จะเจ้าเล่ห์ ขี้อ้อนกับนางเอกคนเดียวครับ เขียนใกล้จะจบแล้ว คิดว่าจะส่งสำนักพิมพ์เฮเลนครับ ยังไงก็อย่าลืมติดตามผลงานของผมด้วยนะครับ(ยิ้ม)”

 

1pic6

 

เฉลยคำถามนิยายล่าสุดของ“นารี” ซ่อนรักเล่ห์กลลวง, ไฟรักจำเลยสวาท / อีบุ๊ก

 

คำถามนิยายล่าสุดของ“เอื้อมฟ้า” ชื่อเรื่อง?

ทราบคำตอบเขียนชื่อ – ที่อยู่และคำตอบให้ชัดเจน ลงไปรษณียบัตร ส่งมาที่

เปิดปก…อกนักเขียน

เลขที่ 32/15 ซ.ลาดพร้าว 23 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

ผู้ตอบถูก 3 ท่าน ได้รับหนังสือจาก  ภาคิน, ไรยา, ทะเลรุ้ง, หนึ่งทิวา, เอื้อมฟ้า  (ขอบคุณที่สนับสนุนของรางวัล)

หมดเขตส่งคำตอบ 30 ธันวาคม 2561

 

 

 

 

 

Related posts