“ไรอัน”กลับมาสวมบทฮีโร่ชุดแดงอีกครั้งใน“DEADPOOL 2”

dp7

ไรอัน”กลับมาสวมบทฮีโร่ชุดแดงอีกครั้งใน“DEADPOOL 2

 

ไรอัน เรย์โนลด์ส  กลับมาสวทชุดแดง บทซูเปอร์ฮีโร่ อีกครั้งในภาคต่อภาพยนตร์แอ็คชั่น ผจญภัยคอมเมดี้ไซไฟ สุดเกรียนกวนบาทาแห่งปีเรื่อง DEADPOOL 2”  ในบท เวด วิลสัน/เดดพูล จัดความสนุก มันส์ ซาดแอ็คชั่นโดย 20th Century Fox ผลงานการกำกับของ เดวิด ช์ จาก John Wick” และ “Atomic Blonde  งานนี้ได้สตูดิโอผู้สร้าง 27 Dresses และ The Devil Wears  ฝีมือรังสรรค์บทของ เร็ทท์ รีส และ พอล เวอร์นิค พร้อมด้วยนักแสดงคับคั่ง อาทิ  จอช โบรลิน (เคเบิล), เบรียน่า ฮิลเดอ      แบรนด์ (เอลลี่ ฟิมิสเตอร์/เนกาโซนิก ทีนเอจ วอร์เฮ้ด), สเตฟาน คาพิซิค (โคลอสซัส), เซซี่ บีทซ์ (โดมิโน่), คารัน โซนี (โดพินเดอร์), เลสลี่ อักแกมส์ (บลายด์ อัล), โมเรนา บัคคาริน (วาเนสซ่า คาร์ไลส์), ชิโอริ คุสึนะ และ แจ็ค เคซี่

 

dp1     dp2

 

จากภาคแรกทำลายสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศไปแล้ว ไรอัน เรย์โนลด์ส กลับมาในบท “เดดพูล” อีกครั้ง และครั้งนี้ภาพยนตร์ของนักฆ่าปากปีจอ จะยิ่งใหญ่และกวนใจมากขึ้นกว่าเดิม โดย เลตช์เล่าว่า

“ผมมีความเคารพและรู้สึกได้รับโอกาสพิเศษในการช่วยสร้างโลกต่างๆ ที่มีความเท่ขึ้นมา แต่มีบางอย่างชวนหลงใหล แต่ไม่สามารถอธิบายได้ในโลกของ  “Deadpool”  มันเป็นการสร้างภาพของแอ็คชั่น-คอมเมดี้ขึ้นมาใหม่ ต้นฉบับเดิมมีความพิเศษมาก และโลกของหนังเรื่องนี้ก็สามารถขยายความได้ไกล ถึงขั้นสามารถใส่ความสร้างสรรค์ของเราโดยยังคงความเป็นต้นฉบับเอาไว้ได้ด้วย”

 

dp3     dp5

 

  ด้าน  เรย์โนลด์ส เล่าถึงการมารับบท เดดพูล อีกครั้งว่า

“คือเราหวังกันมาตลอดครับ ว่าจะมีภาคสอง เร็ตต์ [รีส], พอล [เวอร์นิค] กับผมเป็นเพื่อนกันมาเกือบสิบปีแล้ว เราก็เลยเสนอแนวคิด เรื่องราว และอะไรก็ตามที่นึกขึ้นมาได้ขณะถ่ายทำ Deadpool แต่ ณ จุดนั้น มันยังเป็นความหวังเลื่อนลอย จับต้องไม่ได้ แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหนังออกฉาย สถานการณ์ก็ชัดเจนขึ้นมา ว่าหนังน่าจะเปิดตัวได้ในระดับที่อย่างน้อยก็ทำให้ทางสตูดิโอพอใจและอนุมัติให้ทำภาคสองต่อ จากนั้นก็นั่นละครับ สุดสัปดาห์ที่หนังเปิดตัวมันช่าง…ผมพูดได้แค่ว่ามันสุดสวิงริงโก้ไปเลย [ภาคแรกเปิดตัวในสหรัฐด้วยรายได้กว่า 132 ล้านเหรียญ] ตอนนั้นเองที่เราเริ่มร่างบทหนังภาคใหม่กันอย่างจริงจัง  มีบทเรียนที่ได้การภาคแรกคือ แค่ทำให้ออกมาเป็นธรรมชาติที่สุดครับ ผมคิดว่าเหตุผลข้อหนึ่งที่ทำให้ Deadpool เข้าถึงผู้ชมได้ดี เป็นเพราะมันเป็นงานที่ทำด้วยความรัก เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาจากสูญญากาศ โดยไม่มีอะไรเข้ามาสอดแทรกก้าวก่าย และเราก็สามารถสำรวจพื้นที่นั้นรวมถึงพื้นที่ซึ่งซ้อนทับกันอยู่ได้โดยอิสระ ทลายกำแพงหน้าจอออกมาพูดและสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนดู ซึ่งโดยปกติแล้วคุณไม่ค่อยได้เห็นไม่ว่าในหนังประเภทไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหนังซูเปอร์ฮีโร่  สำหรับภาค 2 เราต้องการเดินหน้าต่อด้วยแนวคิดนี้ และหลักสำคัญก็คือ เดดพูลนั้นเป็นของแฟนๆ แฟนๆ เป็นคนสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่แรกและแฟนๆ ก็เป็นคนที่เราจะสร้างภาคสองให้ พวกเขาเป็นเจ้านายของเรา ในการสร้าง Deadpool 2 และในกระบวนการเขียนบท คนเหล่านี้เป็นคนที่เราทำหนังให้ แล้วเราก็ทำหนังให้ตัวเองด้วย เราสนุกกับการทำหนังมากจนมันปรากฏออกมาใน Deadpool 2 ยิ่งกว่าในภาคแรกเสียอีก เพราะคราวนี้เราไม่ต้องเล่าเรื่องราวความเป็นมาของตัวละคร ซึ่งมักเป็นเรื่องยากและส่วนใหญ่แล้ว ก็มีแต่การอธิบาย ใน Deadpool 2 เราไม่ต้องอธิบายว่าเขามาจากไหน และทำไมเขาจึงเป็นแบบนี้ เราช่วยให้ผู้ชมนึกออกจากวิธีการที่เขาตอบสนองกับผู้คนรอบตัว เพราะฉะนั้นภาคนี้จึงง่ายกว่าในบางแง่ครับ  ความพิเศษในภาคสองนี้ เรื่องจิตใจสำคัญที่สุดครับ การสร้างความตลกนั้นเป็นส่วนที่สนุกสนานและสบายๆ แต่ส่วนที่สำคัญจริงๆ ก็คือเดดพูลไม่ใช่…คือเขาไม่ใช่ตัวแทนของมนุษย์ผู้ตื่นรู้ในปี 2018 เขาเป็นคนโง่เง่า ผิดเพี้ยน หยาบคายที่อยากทำตัวเป็นคนดีขึ้นกว่าเดิม และผมคิดว่าแนวทางนี้เหมาะกับการนำเสนอเป็นภาพยนตร์มากกว่าและสนุกกว่าด้วย เพราะความผิดพลาดที่เดดพูลทำกลายเป็นเรื่องขำขันและบ่อยครั้งก็ไปกระทบกระเทือนคนรอบตัว ความสนุกในการรับบทเป็นตัวละครตัวนี้มาจากการที่เขาเป็นคนบ้องตื้นนี่แหละครับ การได้เล่นเป็นคนโง่ เป็นเรื่องสนุกครับ การเล่นเป็นคนที่ทำผิดพลาดได้ ทำตัวก้าวร้าวในบางครั้ง และชอบพูดอะไรผิดกาลเทศะ ช่วยให้เรามีอิสระในการสร้างสรรค์ได้มากเลย แล้วก็ดีด้วยที่เขาไม่มานั่งโทษตัวเองเรื่องนี้ เพราะสุดท้ายแล้วเป้าหมายสูงสุดของเขาก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าเขาอยากเป็นคนดีขึ้นจริงๆ”

DEADPOOL 2”  พบความเกรียน แสบ ได้ในโรงภาพยนตร์

 

dp4

dp6     dp8

dp9     dp10

 

Related posts